เร็วท่ามกลางวัตถุที่ร่วงหล่นเหล่านั้น หากมีใครสักคนใช้กล้องส่องทางไกลมองดูอย่างละเอียด จะพบเงาร่างสองร่างที่กำลังร่วงหล่นลงมาอย่างรวดเร็ว“อ๊าก!!!”เด็กหนุ่มผู้พันผ้าขนหนูผืนเดียวกรีดร้องเสียงหลง ลมแรงพัดผ่านข้างหู ความรู้สึกไร้น้ำหนักแผ่ซ่านไปทั่วจิตใจใบหน้าของเขาซีดเผือดข้างกาย เฉาเยวียนกอดดาบไว้แน่น ร่วงลงมาด้วยความเร็วเท่ากัน แต่กลับมีท่าทีนิ่งสงบคนหลังมองขึ้นไปยังชั้นบนสุดที่กำลังลุกไหม้ พึมพำว่า “มีหนูจริงๆ ด้วย……”“เฉาเยวียน เจ้าบ้า! เฉาเยวียนไอ้โง่! ไอ้เฉาเยวียน!”“บ้าเอ๊ย! คนอื่นลงจากรถมา ต่างก็หลบหน้าผมเหมือนเห็นผี แต่นายยังหน้าด้านมาใกล้ผมอีก?!”“นายไม่รู้หรือไงว่าในเมืองนี้มีคนอยากได้ชีวิตผมไปมากแค่ไหน!”“นายไม่กลัวตายรึไง?!”ขณะร่วงหล่นลงมา ไป๋หลี่พั่งพั่งมองเฉาเยวียนที่ยังคงนิ่งเฉย พลางตะโกนด่าทอเฉาเยวียนเลิกคิ้วขึ้น “ไม่กลัว”ไป๋หลี่พั่งพั่งชะงัก ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะตอบแบบนี้ จึงพูดอย่างหัวเสียว่า “ไอ้บ้า! ไอ้บ้า! โชคดีที่ผมเตรียมพร้อมไว้ล่วงหน้า ไม่อย่างนั้นนายก็รอตายไปพร้อมกับผมเถอะ!”สิ้นเสียง ไป๋หลี่พั่งพั่งก็ล้วงมือเข้าไปในผ้าขนหนู หยิบสร้อยคอเส้นหนึ่งออกมา“ปราการหยก!”ไป๋หลี่พั่งพั่งชูนิ้ว แสงสีทองส่องประกาย แปรเปลี่ยนเป็นก้อนเมฆนุ่มฟูสองก้อน ลอยอยู่ด้านหลังคนทั้งสอง ช่วยผ่อนแรงโน้มถ่วงบนร่างกาย……ค่อยๆ ลอยลงสู่พื้นอย่างมั่นคงเฉาเยวียนมองไป๋หลี่พั่งพั่งที่พันตัวด้วยผ้าขนหนู