น่ะ”หยวนกัง “……”ฟังจากน้ำเสียงของหลินชีเยี่ยแล้ว ราวกับอีกฝ่ายกำลังพูดว่า ‘เพื่อนของผมมาหา ก็เลยกินข้าวเย็นด้วยกันที่บ้านน่ะ’บ้าไปแล้ว นั่นเทพีแห่งรัตติกาลนะ ไม่ใช่เด็กสาวข้างบ้านนายสักหน่อย!“แค่นี้เนี่ยนะ?” หยวนกังอดไม่ได้ที่จะพูด “แล้วทำไมเธอถึงเรียกนายว่าทานาทอสล่ะ?”“ก็เทพต่างชาติน่ะ เรียกชื่อไม่ถนัด เธอก็เลยตั้งชื่อใหม่ให้ผม”“……เดี๋ยวก่อน ทำไมถึงเป็นเทพต่างชาติล่ะ?”“ไม่สำคัญหรอก”“แล้วที่เธอให้นายเป็นตัวแทน มอบหมายภารกิจอะไรให้เหรอ?”หลินชีเยี่ยครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง “กลับบ้านไปเยี่ยมเป็นครั้งคราว?”“?”“อะแฮ่ม คือ……ผมหมายถึง เธอขอให้ผมช่วยหากำไลข้อมือให้หน่อย” หลินชีเยี่ยพูดอย่างจริงจัง “กำไลข้อมือของเธอหาย ก็เลยขอให้ผมช่วยหา”“ภารกิจตามหาของสินะ……ก็พอไหวอยู่” หยวนกังพยักหน้า“แต่ว่า……นายได้เป็นตัวแทนของเทพเจ้าสององค์จริงๆ เหรอ?” หยวนกังขมวดคิ้ว “เรื่องแบบนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประวัติศาสตร์ของต้าเซี่ยเลยนะ”“ตอนนี้มีแล้ว”“……ไปเถอะ” หยวนกังถอนหายใจ “ไปซะ กลับไปนอน ที่เหลือเดี๋ยวฉันจัดการเอง”หลินชีเยี่ยพยักหน้า เดินลงบันไดไปคนเดียว แอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก“ดูเหมือนว่าจะปล่อยคนป่วยออกมาสูดอากาศไม่ได้แล้วสิ……ต่อให้จะออกมา ก็ห้ามใช้พลังศักดิ์สิทธิ์เด็ดขาด ไม่เช่นนั้นหน่วยพิทักษ์ราตรีต้องจับได้แน่ ถึงตอนนั้นคงวุ่นวายน่าดู……”“แต่อย่างน้อยก็ถือโอกาสนี้หาข้ออ้างให้กับพลังแห่งรัตติกาลได้แล้