ิงเกอที่อยู่อีกฝั่งของโทรศัพท์ก็เปลี่ยนท่าทีเย้าแหย่เป็นจริงจัง แล้วเอ่ยถามอย่างเคร่งขรึม “เกิดอะไรขึ้น?”“ค่ายฝึกอบรมที่เมืองชางหนาน เพิ่งมีคลื่นพลังของเทพเจ้าปรากฏขึ้น”“อะไรนะ?!” เส้าผิงเกอสีหน้าผันเปลี่ยน “เทพเจ้าองค์ใด?”“ไม่ทราบครับ แต่ว่า พลังนั้น……ดูเหมือนจะไม่ตรงกับเทพเจ้าที่เรารู้จัก ผมคาดว่า นี่น่าจะเป็นเทพเจ้าที่เราไม่เคยพบเห็นมาก่อน”“เข้าใจแล้ว นายอย่าเพิ่งทำอะไรบุ่มบ่าม ฉันจะไปรายงานผู้บัญชาการสูงสุด เผื่อว่าเขาจะสามารถส่งยอดฝีมือสูงสุดไปได้!”“รับทราบ”หยวนกังวางสาย ร่างกายพุ่งทะยานราวกับสายลมตรงไปยังอาคารหอพัก เขาวิ่งขึ้นไปบนกำแพงหอพักที่ตั้งฉากเพียงไม่นานก็มาถึงตำแหน่งที่หลินชีเยี่ยและนิกซ์เคยยืนอยู่ก่อนหน้านี้เขายืนอยู่บนดาดฟ้าของหอพัก เพ่งพินิจโดยรอบพลางขมวดคิ้วเล็กน้อย“หายไปไหน……”……“คุณแม่ จานที่เหลือผมล้างเองครับ”“ไม่ต้องหรอก ลูกไปทำการบ้านเถอะ”“ไม่เป็นไรครับ ผมทำการบ้านเสร็จแล้ว แม่เพิ่งเลิกกะดึกมา วันนี้พักผ่อนตั้งแต่หัวค่ำเถอะครับ” หยางจิ้นเอื้อมมือไปรับจานจากป้าแล้วกล่าวป้ายืนอยู่ตรงนั้น สองมือว่างเปล่า เธอส่ายหัวอย่างจนใจ “เด็กคนนี้……เหมือนพี่ชายไม่มีผิด ช่างรู้จักคิดเป็นผู้ใหญ่เกินไป”เมื่อพูดถึงตรงนี้ เธอหยุดไปครู่หนึ่ง แล้วเงยหน้ามองดูพระจันทร์ที่แขวนอยู่บนท้องฟ้ายามราตรี พลางพึมพำว่า“ไม่รู้ว่าตอนนี้เด็กคนนั้นจะเป็นยังไงบ้าง……”“ไม่ต้องห่วงหรอกครับ พี่ชายต้องไ