ผ่านไปหลายชั่วโมงแล้วหลังจากที่เข้าสู่ภูเขาจินหนานหลินชีเยี่ยและเฉาเยวียนแบกสัมภาระหนักอึ้ง ปีนป่ายข้ามยอดเขามานับไม่ถ้วน ท้องฟ้ายามราตรียิ่งทวีความมืดมิดลง ขุนเขาเบื้องหน้าถูกความมืดกลืนกินจนมองไม่เห็นในสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยกิ่งไม้และหลุมบ่อเช่นนี้ หากปราศจากไฟฉายแล้วแทบจะทำให้ก้าวเท้าเดินต่อไปไม่ได้ ไม่มีใครรู้ว่าก้าวต่อไปจะเหยียบลงบนพื้นดินเรียบๆ หรือหลุมพรางที่เต็มไปด้วยหนามณ เวลานี้ บนภูเขาจินหนานอันกว้างเงียบสงัดไร้ซึ่งเสียงใดๆ“เหลืออีกกี่คน?” ครูฝึกหงเหลือบมองนาฬิกาแล้วถามขึ้น“เหลือสามคนครับ ทหารหน่วยรบพิเศษเจิ้งจง หลินชีเยี่ย และเฉาเยวียน”“บ้าจริง เจ้าเด็กสองคนนั้นยืนหยัดมาถึงตอนนี้ได้ยังไงเนี่ย? มันไม่น่าเป็นไปได้…” ครูฝึกรายหนึ่งพึมพำ“ร่างกายของเฉาเยวียนผ่านการฝึกฝนจาก [ราชันทมิฬล้างผลาญ] การที่เขายังคงทนอยู่ได้จึงไม่ใช่เรื่องแปลก แต่หลินชีเยี่ย……เขาทำได้ยังไง?” ครูฝึกหงลูบคาง ดวงตาเต็มไปด้วยฉงน“ตอนนี้เหลือแค่สองคนแล้ว” ครูฝึกที่จ้องมองหน้าจออยู่ตลอดเอ่ยขึ้น “เจิ้งจงเพิ่งพลัดตกเขาไปเพราะความมืดทีมแพทย์ได้เข้าไปแล้ว”“ดึกป่านนี้แล้ว ยุติการฝึกขีดจำกัดแค่นี้ก่อนดีไหม?”“ใช่ ฟ้ามืดมากแล้ว มองอะไรในป่าไม่เห็นเลย ถ้าฝืนฝึกต่อ อาจเกิดอุบัติเหตุได้นะ”ครูฝึกหงนิ่งไปครู่หนึ่ง “ใจเย็นๆ ส่งโดรนทั้งหมดไปที่เด็กสองคนนั่น ทีมแพทย์ตามหลังพวกเขาไป เตรียมพร้อมช่วยเหลือได้ทุกเมื่อ”“ฉันอยา