“อ้าว นี่มันเสิ่นชิงจู่จอมเกเรนี่ โดนเขี่ยตกรอบแล้วเหมือนกันเหรอ?”“……ครับ”“ยังกล้าทำลายโดรนอีกนะ ใครให้นายบังอาจทำแบบนั้น?”“ขอโทษครับ ผมลืมตัว”“ถ้าอย่างนั้นก็เพิ่มโทษเจ้านี่เป็นสองเท่าแล้วกัน! เอ… ว่าแต่จะเริ่มถามจากตรงไหนดีนะ……อ้อ ใช่แล้ว! ที่หลี่เลี่ยงพูดเมื่อกี้ นายได้ยินไหม?”“ได้ยินครับ”“ที่เขาพูด เป็นเรื่องจริงไหม?”“……ครับ”“แล้วทำไมนายถึงต้องทำตัวโหดเหี้ยม ไร้กฎเกณฑ์ และเอาแต่ใจตัวเองแบบนี้ล่ะ?”“เพราะมนุษย์น่ะ ชอบรังแกคนที่อ่อนแอกว่า คนอ่อนแอจะต้องถูกข่มเหงรังแกเสมอ”“ถึงฉันจะอยากรู้เรื่องราวในอดีตของนายมาก แต่ในเมื่อตอนนี้สถานการณ์มันพิเศษ ก็ข้ามไปก่อนแล้วกัน… ช่วยเล่าเรื่องที่นายอยากเป็นคนแข็งแกร่งให้ฟังหน่อยสิ”“ผมไม่อยากให้ใครดูถูก”“เหตุผลแค่นี้เองเหรอ?”“ครับ”“ปิดกั้นความรู้สึกที่แท้จริง แสดงออกภายนอกแข็งกร้าวแต่ภายในอ่อนไหว แล้วยังแคร์สายตาคนอื่นอีก……นายเกิดราศีกันย์เหรอ?”“……ครับ”“งั้นมาคุยเรื่องประสบการณ์ความรักของนายดีกว่า จนถึงตอนนี้ นายเขียนจดหมายรักไปแล้วกี่ฉบับ?”“หนึ่งร้อยสิบสี่ฉบับ”“เยอะขนาดนั้นเลยเหรอ? เล่าให้ฟังหน่อยสิ”“ตอนผมอายุสี่ขวบ ผมหลงรักพี่สาวข้างบ้าน แล้ว……”หลินชีเยี่ยและพรรคพวกกำลังวิ่งอยู่ในภูเขา พร้อมกับเงี่ยหูฟังการลงโทษของเสิ่นชิงจู่“โอ้โห คราวนี้เสิ่นชิงจู่เจอดีเข้าแล้ว” ไป๋หลี่พั่งพั่งหอบหายใจ พลางหัวเราะเป็นระยะหลินชีเยี่ยมองท้องฟ้าที่ค่อยๆ มืดลง แล