้วพูดอย่างช้าๆ ว่า“นับตั้งแต่ที่พวกเราเข้ามาในภูเขาจินหนานก็ผ่านไปเกือบห้าชั่วโมงแล้ว คนส่วนใหญ่คงถูกคัดออกไปแล้ว”เฉาเยวียนหันไปมองไป๋หลี่พั่งพั่งแล้วเอ่ยอย่างประหลาดใจว่า “นายไม่ได้หมดแรงตั้งแต่เพิ่งเข้ามาหรอกหรือ?ทำไมถึงยังทนอยู่ได้จนถึงตอนนี้?”“ต่อให้ผมต้องวิ่งจนสลบ ผมก็ไม่ขอรับบทลงโทษนั่นเด็ดขาด” ไป๋หลี่พั่งพั่งพูดด้วยสีหน้าซีดเผือด ราวกับนึกอะไรบางอย่างออก“ยิ่งนายพูดแบบนี้ ฉันก็ยิ่งอยากรู้ความลับของนายนะ”“……ไปให้พ้น!”หลังจากที่ทหารใหม่ถูกพาลงจากภูเขามากขึ้นเรื่อยๆ จำนวนโดรนบนภูเขาก็เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ในตอนแรกมีโดรนเพียงสองถึงสามลำที่ไล่ตามพวกเขา ทว่าตอนนี้มีมากกว่าสิบลำ!โชคดีที่ครูฝึกยังมีความเมตตาอยู่บ้าง จึงไม่ได้ให้โดรนล้อมรอบพวกเขาจากทุกสารทิศ แต่จะเปิดช่องว่างให้พวกเขาหนีรอดไปได้ทุกครั้งโดรนจะไล่ตามพวกเขาแบบนี้ไประยะหนึ่ง เพื่อเค้นพละกำลังจนถึงขีดสุด จากนั้นก็หายไป ปล่อยให้พวกเขามีเวลาฟื้นฟูกำลังชั่วคราว วนเวียนไปมาแบบนี้ ทำให้พวกเขาต้องเผชิญกับขีดจำกัดครั้งแล้วครั้งเล่าตอนนี้ หลินชีเยี่ยก็ตระหนักได้ว่าทำไมถึงเรียกสิ่งนี้ว่าการฝึกขีดจำกัดยิ่งเข้าไปในภูเขาจินหนานลึกขึ้น ความเร็วของทั้งสามคนก็ยิ่งช้าลง ไป๋หลี่พั่งพั่งเดินโซเซตามหลังหลินชีเยี่ยกับเฉาเยวียน ใบหน้ายิ่งซีดเซียว“ถ้าไม่ไหว ก็นั่งพักก่อนก็ได้” หลินชีเยี่ยสังเกตเห็นความผิดปกติของอีกฝ่ายได้ จึงพูดขึ้นด้วยความเ