หวืดหวืด–!โดรนหลายลำบินออกมาจากป่าทางด้านขวา เสิ่นชิงจู่หน้าถอดสีพลางตะโกนว่า “วิ่งเร็ว!”สิ้นเสียง เขาก็หันหลังกลับ เหยียบก้อนหินที่โผล่พ้นลำธารขึ้นมา วิ่งไปในทิศทางตรงกันข้ามอย่างรวดเร็วเติ้งเหว่ยแบกสัมภาระไว้ด้านหลัง กัดฟันไล่ตามเสิ่นชิงจู่ไปทีละก้าวในยามนั้นเอง โดรนที่อยู่ด้านหลังก็บินมาถึง ปากกระบอกปืนที่ติดตั้งอยู่เล็งไปที่คนทั้งสอง กระสุนพุ่งออกมาหลายลูกเติ้งเหว่ยจ้องมองลูกกระสุนอย่างตื่นตระหนก พลางค้อมตัวหลบ เท้าที่เหยียบอยู่บนก้อนหินพลันลื่นไถล จนเสียหลักตกลงไปในลำธารทั้งตัวตูม–!เสิ่นชิงจู่หันขวับกลับมามองอย่างตกใจ เขาลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะกัดฟันคว้าไหล่ของเติ้งเหว่ย และดึงขึ้นมา“แม่งเอ๊ย! บอกให้ไม่ต้องตามมาแล้วไง! ยังจะมาสร้างปัญหาให้ฉันอีก!”เขาสบถกับตัวเองขณะแบกเติ้งเหว่ยไว้บนบ่า พลางก้าวเท้าอย่างรวดเร็ว ดูเหมือนข้อเท้าขวาของเติ้งเหว่ยจะบาดเจ็บ การเคลื่อนไหวจึงค่อนข้างลำบากเสียงโดรนสองลำยังคงตามหลังมาติดๆ ราวกับตั้งใจยิงปืนเป็นระยะ แต่กลับไม่โดนสักนัดเสิ่นชิงจู่ขมวดคิ้ว มองไปยังพุ่มไม้หนาทึบที่อยู่ไม่ไกลออกไป จึงเร่งฝีเท้าขึ้นอีกเล็กน้อย กึ่งลากกึ่งแบกเติ้งเหว่ยไปข้างหน้าในขณะที่โดรนทั้งสองลำกำลังเล็งปืนมาทางพวกเขา เสิ่นชิงจู่ก็พาเติ้งเหว่ยมุดเข้าไปในพุ่มไม้หนาทึบ โดรนทั้งสองลำบินวนอยู่รอบนอก แต่ก็ไม่ได้ตามเข้ามาทั้งสองคนก้มตัวต่ำ ค่อยๆ เคลื่อนที่ผ่านพุ่มไม้ไปอย่างยากล