“บ้าเอ้ย! พวกนายโผล่มากลางทางได้ไงเนี่ย!” ไป๋หลี่พั่งพั่งเบิกตาโพลงยามเห็นเหตุการณ์ตรงหน้า“ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะมาสนใจเรื่องนั้น!” เสิ่นชิงจู่ตะโกนลั่น เปลี่ยนทิศทางอย่างรวดเร็ว แล้วพุ่งหลบไปทางซ้ายบังเอิญที่หลินชีเยี่ยก็เลือกไปทางเดียวกันจากเดิมที่สองกลุ่มถูกขนาบหน้าหลัง ตอนนี้ต่างก็พุ่งไปทางซ้ายพร้อมเพรียงกัน ตามมาด้วยเสียงแหวกอากาศของกระสุน!ลูกสมุนสามคนที่อยู่ข้างหลังเสิ่นชิงจู่ถูกยิงพร้อมกัน พวกเขาร้องโหยหวนด้วยความสิ้นหวัง ก่อนจะล้มลงไปหลินชีเยี่ยสะบัดมืออย่างฉับไว เขาเปิดเส้นทางเล็กๆ ในป่าอย่างรวดเร็ว ส่วนเฉาเยวียนก็วิ่งตามมาพลางกำทัพพีที่ไร้ประโยชน์ไว้ในมือไป๋หลี่พั่งพั่งร้องเสียงหลง พลางกระโดดหลบกระสุนที่พุ่งมาเป็นชุดไปที่หลังต้นไม้ใหญ่ ก่อนจะคลานไล่ตามหลินชีเยี่ยกับคนอื่นๆ ไปทุกคนวิ่งหนีเอาชีวิตรอด ฝ่าดงดิบรกชันมาจนถึงพื้นที่โล่งกว้าง มีลำธารเล็กๆ ไหลผ่านมาจากหุบเขา ส่งเสียงน้ำไหลรินกระทบโขดหินหลินชีเยี่ยเดินไปสองสามก้าว ก้มลงข้างลำธาร ใช้น้ำล้างหน้าและดื่มสองสามอึก ก่อนจะถอนหายใจอย่างโล่งอกส่วนไป๋หลี่พั่งพั่งที่ตามมาทรุดตัวลงนั่งกับพื้น“ชีเยี่ย……เราต้องไปอีกไกลแค่ไหนถึงจะข้ามภูเขาได้?”“ยังอีกไกล” หลินชีเยี่ยเอ่ยขึ้นอย่างช้าๆ “ตั้งแต่แรก โดรนก็พุ่งเข้าหาเราจากหลายทาง ทำให้เราต้องเปลี่ยนทิศทางกันหลายครั้ง ตอนนี้เราน่าจะเพิ่งเดินจากจุดเริ่มต้นมาเป็นเส้นตรงแค่สี่ถึงห้ากิโลเมต