รเอง”“ครูฝึกพวกนี้หลอกพวกเรารึไง? ทั้งถูกโดรนไล่ล่า แถมยังไม่ให้โต้ตอบ……” เสิ่นชิงจู่ลุกขึ้นยืน เตะก้อนหินใต้เท้าลงไปในลำธาร แล้วพูดอย่างไม่พอใจ“แบบนี้ พวกเราคงไม่มีทางข้ามภูเขาได้แน่” เฉาเยวียนขมวดคิ้วแน่น“จริงๆ แล้ว ฉันรู้สึกว่าที่นี่มันแปลกๆ” หลินชีเยี่ยลังเลครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดออกมา“แปลก?”“พวกนายไม่สังเกตเหรอ? พวกเราวิ่งมานานขนาดนี้ ไม่ว่าจะไปทิศทางไหน ตำแหน่งของดวงอาทิตย์บนท้องฟ้าก็ไม่เปลี่ยนไปเลย” หลินชีเยี่ยชี้ไปที่ดวงอาทิตย์เหนือศีรษะ “และสิ่งที่ฉันเห็น เส้นทางบนภูเขามักจะเปลี่ยนแปลงตลอด……”ทุกคนตกตะลึง พลางเงยหน้ามองท้องฟ้าพร้อมเพรียงกัน สีหน้าเริ่มมืดครึ้ม“เกิดอะไรขึ้น?”“ครูฝึกน่าจะใช้ผนึกต้องห้ามปกคลุมพื้นที่บริเวณนี้ พวกเขาไม่คิดจะปล่อยให้เราข้ามภูเขานี้ไปได้ตั้งแต่แรกแล้ว”“แล้วพวกเขาต้องการอะไรกันแน่?”“น่าจะเป็น… เพื่อเค้นพละกำลังของพวกเราจนหมดสิ้น”ไป๋หลี่พั่งพั่งพูดด้วยสีหน้าซีดเผือด “หมายความว่า พวกเราทุกคนจะต้องรับบทลงโทษงั้นเหรอ?”“ไม่ใช่” เฉาเยวียนเอ่ยขึ้นทันควัน “คนที่หมดแรงและสลบไปก่อนหน้านี้ พวกเขาไม่ได้รับบทลงโทษ”ไป๋หลี่พั่งพั่งทรุดตัวลงบนพื้นอย่างหมดอาลัยตายอยาก ก่อนจะถอนหายใจยาวโดรนพวกนั้นดูเหมือนจะรู้ว่าพวกเขาใกล้ถึงขีดจำกัดแล้ว จึงไม่ได้ไล่ตามมาทันที ทำให้พวกเขามีเวลาหายใจได้บ้างทุกคนวิ่งมาเป็นเวลานาน พละกำลังแทบจะหมดลงแล้ว พวกเขานั่งลงบนพื้นที่โล่งริมลำธาร บ