นี้ จนกว่าพละกำลังของทุกคนจะหมดลง… ผลลัพธ์ดังกล่าวดีกว่าการเดินป่าแบกสัมภาระธรรมดามากนัก”หงลี่ตรึกตรอง “คุณต้องการสร้างสภาพแวดล้อมที่สิ้นหวัง และยังอนุญาตให้พวกเขาแลกเปลี่ยนสัมภาระกัน ในขณะเดียวกันก็ทดสอบความแข็งแกร่งทางจิตใจ เค้นศักยภาพทางร่างกาย และปลูกฝังความรู้สึกไว้วางใจซึ่งกันและกันใช่มั้ยครับ?”“สมกับเป็นครูฝึกหันลี่ มองปัญหาได้ทะลุปรุโปร่งจริงๆ” หงฮ่าวชูนิ้วโป้งให้“แต่… แค่โดรนกับปืนยิงสี จะทำให้พวกเขากดดันขนาดนั้นเลยเหรอ?” ครูฝึกหันอดถามไม่ได้รอยยิ้มลึกลับปรากฏขึ้นบนใบหน้าของครูฝึกหง “เดี๋ยวนายก็รู้เอง บทลงโทษสำหรับความล้มเหลว……มันน่ากลัวกว่าที่นายคิดไว้มาก”……ภูเขาจินหนานหลินชีเยี่ยและเฉาเยวียนแบกสัมภาระวิ่งฝ่าป่าทึบอย่างคล่องแคล่ว ต้นไม้ในหุบเขาจินหนานล้วนเก่าแก่และสูงใหญ่ แสงแดดลอดผ่านใบไม้ลงมาเป็นหย่อมๆ ราวกับอยู่ในป่าดึกดำบรรพ์“พวก……พวกนายรอผมด้วย!” ไป๋หลี่พั่งพั่งที่มีรูปร่างท้วม วิ่งตามหลังมาอย่างทุลักทุเล“ทำไมมันหนักขนาดนี้นะ……พวกนายช่วยผมแบ่งไปหน่อยได้มั้ย?” ไป๋หลี่พั่งพั่งเงยหน้าขึ้นมองคนทั้งสองด้วยแววตาอ้อนวอน“ไม่” หลินชีเยี่ยปฏิเสธอย่างไม่ลังเล“ไปไกลๆ เลย” เฉาเยวียนตอบกลับอย่างเย็นชา แล้วหันไปหาหลินชีเยี่ยพลางพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “ชีเยี่ยให้ฉันช่วยแบกหน่อยมั้ย?”“……ไม่จำเป็น”ไป๋หลี่พั่งพั่ง “……”กล่าวจบ เสียงโดรนหลายลำก็ดังมาจากข้างหลัง สีหน้าของหลินชีเยี่ยเปลี่ย