“หมอนี่เป็นบ้าอะไรหรือเปล่า?” หลินชีเยี่ยมองเฉาเยวียนด้วยสายตาแปลกประหลาดเขามักจะคาดเดาผู้อื่นด้วยความหวาดระแวง การที่อีกฝ่ายเข้ามาประจบประแจงโดยไม่มีเหตุผล ทำให้เขาอดคิดมากไม่ได้“ฉันไม่เข้าใจ” หลินชีเยี่ยส่ายหน้า “เพราะฉันสามารถหยุดยั้งนายตอนคลุ้มคลั่งได้งั้นเหรอ?”“นายยังสามารถช่วยฉันชำระล้างบาป และทำให้บำเพ็ญบุญกุศลจนสมบูรณ์ได้” เฉาเยวียนพนมมือขึ้น พลางสวดมนต์เบาๆหลินชีเยี่ยขมวดคิ้ว “นายกำลังพูดถึงอะไร?”สีหน้าของเฉาเยวียนเศร้าหมอง ดวงตาฉายแววเจ็บปวด เขาเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยอย่างช้าๆ ว่า“ฉันแบกรับชีวิตของผู้บริสุทธิ์ 333 คนที่ตายไปอย่างอนาถ เลือดนองท่วมฟ้า บาปกรรมท่วมท้น… มีเพียงนายเท่านั้นที่สามารถชำระล้างบาปนี้ให้ฉันได้ และช่วยปลดปล่อยฉันจากการถูกไฟนรกเผาผลาญ”“นายฆ่าคนไป 333 คน?” ไป๋หลี่พั่งพั่งเบิกตาโพลง “เมื่อก่อนนาย… เป็นโจรเหรอ?”“……ไม่ใช่”“แล้วนายทำอะไรลงไป?”เฉาเยวียนหลับตาลง ก้มหน้าไม่ตอบหลินชีเยี่ยเอ่ยขึ้นว่า “ขอโทษ ฉันไม่มีความสามารถในการชำระล้างบาปให้ใคร นายควรจะไปหานักบวช”“ฉันไปหาแล้ว” เฉาเยวียนสบตากับหลินชีเยี่ย “ฉันสวดมนต์ภาวนา นั่งสมาธิ บำเพ็ญเพียรอยู่ที่ภูเขาจิ่วหัวเจ็ดปีแต่แสงสีเลือดบนร่างกายก็ยังไม่จางหายไปเลยสักนิด… พระอาจารย์จินฉานบอกว่า มีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่ช่วยฉันชำระล้างบาป และบำเพ็ญบุญได้สำเร็จ”“เขาบอกเลขบัตรประชาชนของฉันงั้นเหรอ?” หลินชีเยี่ยถามอย