่างประหลาดใจ“……ไม่ แต่ก็ไม่ต่างกัน” เฉาเยวียนกล่าวอย่างใจเย็น “ต้นไม้คู่ตั้งตระหง่าน เทพทั้งแปดขาดหายไปหนึ่ง เดินทางยามราตรีนับสิบปี นำพามวลมนุษย์ก้าวข้ามไป… ไม่ใช่หลินชีเยี่ยเหรอ?”หลินชีเยี่ยไม่ได้มีปฏิกิริยาอะไรเมื่อได้ยินสองประโยคแรก แต่ยามได้ยินประโยคที่ว่า ‘เดินทางยามราตรีนับสิบปีนำพามวลมนุษย์ก้าวข้ามไป’ สีหน้าของเขาก็เริ่มเคร่งขรึมขึ้นทีละน้อยเดินทางยามราตรีนับสิบปี หมายถึงช่วงเวลาสิบปีที่เขาสูญเสียการมองเห็น หรือหมายถึงข้อตกลงระหว่างเขากับจ้าวคงเฉิง ที่จะเข้าร่วมหน่วยพิทักษ์ราตรีเป็นเวลาสิบปี?ถ้าเป็นอย่างแรก แสดงว่าเฉาเยวียนสืบประวัติเขามาอย่างละเอียด แต่ถ้าเป็นอย่างหลัง……ตอนที่ให้คำสัญญานั้นไม่มีใครอยู่รอบๆ เลย แล้วพระอาจารย์จินฉานรู้เรื่องนี้ได้อย่างไร?“ก็อย่างที่บอก ฉันไม่ลบล้างเคราะห์กรรมให้ใครหรอกนะ” หลินชีเยี่ยส่ายหน้า“ตอนนี้อาจจะยัง แต่ฉันเชื่อว่าในอนาคต นายทำได้แน่”“นายเชื่อใจฉันขนาดนั้นเลย?”“ฉันเชื่อใจพระอาจารย์จินฉาน”หลินชีเยี่ยจ้องมองเฉาเยวียนนานแสนนาน ก่อนจะถอนหายใจอย่างอับจนปัญญา “ตามใจนายแล้วกัน แต่ฉันไม่รับประกันอะไรทั้งนั้น”เฉาเยวียนยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย ราวกับนึกอะไรบางอย่างได้ จึงยื่นผักดองไปตรงหน้าหลินชีเยี่ย“กินผักดองสิ”หลินชีเยี่ยลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบผักดองมาเล็กน้อย ยัดลงไปในหมั่นโถวแป้งขาวแล้วกัดคำโตเฉาเยวียนเผยรอยยิ้มอย่างพึงพอใจ“ยิ่งม