ศิษย์พี่หลัวที่ยืนสดับฟังอยู่ข้าง ๆ พลันบังเกิดริ้วโทสะขึ้นบนใบหน้า เมิ่งฝานคือศิษย์สายตรงเพียงหนึ่งเดียวของท่านผู้เฒ่าหลิน การที่เจ้าหญิงอวี่ฉีสบประมาทเมิ่งฝานเช่นนี้ มิต่างจากการหมิ่นเกียรติของท่านผู้เฒ่าหลินโดยนัยหรอกหรือ?
เขาจ้องมองขัตติยนารีด้วยสายตาไม่พอใจพลางแย้งด้วยน้ำเสียงขุ่นเคือง “เจ้าหญิงอวี่ฉี การที่เมิ่งศิษย์น้องของข้ามิได้ไปปรากฏตัว ณ หอตรัสรู้กระบี่ มิใช่เพราะเขาเกรงกลัวท่าน ทว่าเป้าหมายในการฝึกปรือของเขามิใช่เพื่อการเข่นฆ่าหรือเอาชนะผู้ใดต่างหาก!”
เจ้าหญิงอวี่ฉีเพียงแต่แย้มสรวลเล็กน้อย มิได้เอื้อนเอ่ยสิ่งใดตอบกลับ ทว่ารอยยิ้มนั้นกลับแฝงนัยเย้ยหยันอย่างชัดแจ้ง เพราะคำกล่าวอ้างของศิษย์พี่หลัวนั้นช่างฟังดูเป็นข้ออ้างที่ ‘เบาหวิว’ และไร้น้ำหนัก แม้แต่ตัวเมิ่งฝานเองยังรู้สึกขัดเขินกับคำแก้ต่างนี้ นับประสาอะไรกับสตรีผู้เจนจัดในวิถีการต่อสู้อย่างนาง
“ในเมื่อเป็นเช่นนั้น…” เจ้าหญิงอวี่ฉีเอ่ยพลางปรายตามองอย่างดูแคลน “ศิษย์พี่เมิ่งฝานท่านนี้ จะพอสละเวลามาแลกเปลี่ยนกระบวนท่ากับข้าสักสองสามท่าได้หรือไม่เล่า?”