นางเว้นจังหวะเล็กน้อยก่อนกล่าวต่อ “ข้าเฝ้ารอด้วยความหวังว่ายอดฝีมือที่นางอ้างถึงจะปรากฏกายเสียที แต่รอแล้วรอเล่าก็ไร้ร่องรอย ไม่นึกเลยว่าผู้ที่นางกล่าวอ้าง จะมาพบเจอที่นี่ในสภาพเช่นนี้!”
เมื่อได้ยินดังนั้น เมิ่งฝานก็ได้แต่ยิ้มขื่นในใจ
วาจาใสซื่อแต่ซ่อนคมเช่นนี้ ไม่ต้องสงสัยเลยว่าต้องเป็นฝีมือของแม่สาวน้อยหลิวเยียนผิงแน่ ๆ!
มิน่าเล่า วันก่อนนางถึงได้ดุ่ม ๆ มาหาเขาที่หอศาสตราแล้วรบเร้าให้เขาออกโรง ที่แท้นางก็ไป ‘วางเดิมพัน’ โดยใช้ชื่อเขาไปป่าวประกาศไว้ก่อนแล้วนี่เอง
เมิ่งฝานยกยิ้มบางพลางเอ่ยกลั้วหัวเราะ “ดูท่าข้าคงต้องทำให้เจ้าหญิงผิดหวังเสียแล้ว บุคคลที่ท่านเฝ้ารอด้วยความหวัง เป็นเพียงศิษย์ระดับเจินอู่ชั้นที่แปดผู้หนึ่ง ระดับพลังฝึกปรือยังมิอาจเทียบเคียงเจ้าหญิงได้ด้วยซ้ำ”
เจ้าหญิงอวี่ฉีส่ายพักตร์ช้า ๆ ก่อนจะโต้กลับอย่างเย็นชา
“ข้าผิดหวังจริงดังว่า ทว่ามิใช่เพราะระดับพลังของเจ้า สิ่งที่ทำให้ข้าผิดหวังคือความขลาดเขลาของเจ้าต่างหาก แม้แต่ความกล้าที่จะปรากฏกายออกมาประชันกับข้า เจ้าก็ยังหามีไม่!”
วาจานี้ช่างบาดลึกและเปี่ยมไปด้วยทิฐิอันแรงกล้า