“ล้อเล่นรึไงเนี่ย?”ไป๋หลี่พั่งพั่งร้องไห้พลางวิ่งหน้าตั้งไปยังสนามฝึกอย่างสุดชีวิต ไม่รู้ว่าเอาเรี่ยวแรงมาจากไหน ทั้งที่เมื่อกี้ยังนอนเป็นก้อนแป้งอยู่บนเตียง ตอนนี้กลับวิ่งปร๋อราวกับติดจรวด!เนื่องจากแสงอรุณเริ่มส่องสว่าง หลินชีเยี่ยจึงทำได้เพียงพึ่งพาความเร็วของตัวเอง วิ่งตรงไปยังสนามฝึก โชคดีที่ความเร็วของเขาไม่ช้า ครั้งนี้ก็ยังมาถึงภายในสามนาทีเหมือนเดิมคราวนี้ จำนวนคนที่มาถึงตรงเวลาเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดแต่ยังมีอีกหลายคนที่เพิ่งวิ่งครบยี่สิบรอบ บางคนก็ตกอยู่ท้ายแถว บางคนที่เพิ่งวิ่งมาถึงสนามฝึกตาเหลือกพลันล้มลงหมดสติพอคนข้างหน้าพึ่งจะหมดสติ กลุ่มแพทย์ข้างหลังก็หามเปลวิ่งกรูกันมาอย่างรวดเร็ว พลางช่วยกันยกคนขึ้นเปลราวกับขนกระสอบทราย แล้วหามไปอย่างร่าเริงโดยไม่รู้ว่าพาไปที่ไหน ความชำนาญนั้นทำให้คนรู้สึกขนพองสยองเกล้าครูฝึกหงก้มมองนาฬิกาจับเวลา พยักหน้าอย่างพอใจ“ดีมาก ครั้งนี้ทุกคนมาถึงตรงเวลา ถือว่ามีความก้าวหน้า”จากนั้นก็พูดต่อ “ยี่สิบนาทีต่อจากนี้ เป็นเวลาอาหารของพวกนาย ใครที่ไม่กลับมาที่นี่ภายในยี่สิบนาที คงรู้ใช่มั้ยว่าจะเกิดอะไรขึ้น”สิ้นเสียง เขาก็พาครูฝึกอีกสองคนหันหลังจากไปโดยไม่เหลียวแลเหล่าทหารใหม่มองหน้ากันเลิ่กลั่ก จากนั้นก็พุ่งทะยานไปยังโรงอาหารราวกับผึ้งแตกรัง!แม้แต่ไป๋หลี่พั่งพั่งที่ดูเหมือนคนหมดอาลัยตายอยากก็ยังมีชีวิตชีวาขึ้นมา ดวงตาทั้งสองข้างเปล่งประกายวิ่งนำหน้