ึกเทวะอย่างไม่ยั้งคิดเพื่อลดภาระร่างกายของตนเอง การมาที่ค่ายฝึกอบรมก็เพื่อฝึกฝนตนเอง หากต้องใช้ผนึกเทวะโกงแบบนี้ การมาที่นี่จะมีความหมายอะไร?มองไปยังกลุ่มคนที่กำลังวิ่งอยู่ไกลๆ เห็นบุคคลร่างท้วมที่อยู่รั้งท้าย กำลังก้าวขาอย่างยากลำบาก ค่อยๆ ขยับไปทีละนิด……และไม่ไกลจากด้านหน้าเขา ก็คือ เสิ่นชิงจู่เสิ่นชิงจู่ไม่ได้ดูเหนื่อย แต่ท่าทางของเขากลับเฉื่อยชา หากไม่ใช่เพราะนานๆ ครั้งจะก้าวขาครั้งใหญ่ หลินชีเยี่ยคงนึกว่าหมอนี่กำลังเดินเล่นอยู่ในสวนหลังบ้านของตัวเองระหว่างที่วิ่งอยู่นั้น เสิ่นชิงจู่ก็หาวออกมาอีกครั้ง“นั่นใครน่ะ! นายเดินเล่นรึไง? วิ่งสิ!!” ครูฝึกหงขมวดคิ้ว พลางตะโกนด่าอีกฝ่ายเสิ่นชิงจู่วิ่งไปสองก้าวอย่างขอไปที แล้วก็กลับมาเดินเอ้อระเหยอีกครั้ง ดูเหมือนไม่ได้สนใจคำพูดของครูฝึก ยังคงทำตามใจตัวเอง แถมยังทำสีหน้ากวนประสาทอีก“ชอบเดินเล่นนักใช่มั้ย! งั้นเพิ่มอีกสิบรอบ! วันนี้ต้องวิ่งให้ครบ ถ้าไม่ครบก็ให้ตายคาสนามนี่แหละ!” ดูเหมือนครูฝึกหงจะโกรธจริงๆ “ภายในสองชั่วโมงต้องวิ่งให้ครบ! ไม่งั้นเพิ่มอีกสิบรอบ! วิ่งจนกว่าจะสลบไปข้างนึง!”เสิ่นชิงจู่ขมวดคิ้ว เหลือบมองครูฝึกหงบนเวที แล้วถ่มน้ำลายลงพื้น ก่อนจะเริ่มวิ่งอย่างตั้งใจสามสิบรอบ เขาใช้เวลาวิ่งไปชั่วโมงครึ่งส่วนสิบรอบของไป๋หลี่พั่งพั่งก็ปาไปชั่วโมงครึ่งเช่นกันทว่าครูฝึกหงก็ดูออกว่าเขาพยายามอย่างเต็มที่แล้ว พอเห็นเสิ่นชิงจู่ที่ไม่เชื่อฟั