…ผู้ที่ครอบครองผนึกต้องห้ามสามสิบลำดับนี้ได้ก้าวเข้าสู่ขอบเขตของเทพเจ้าแล้ว”“ส่วนผนึกต้องห้ามลำดับที่ 031 [ราชันทมิฬล้างผลาญ] นั้น ถือเป็นสิ่งที่อยู่ต่ำกว่าเทพเจ้า แต่เหนือกว่าสรรพสิ่งทั้งปวงอย่างแท้จริง”หน้ากากหวังเพ่งพินิจเฉาเยวียนที่ลุกขึ้นจากซากปรักหักพัง แล้วเอ่ยแผ่วเบา“พลังนี้แข็งแกร่งเกินไป และเขาก็อ่อนแอเกินไป ถึงขนาดที่สูญเสียสติไปอย่างสมบูรณ์หลังจากที่ใช้ผนึกต้องห้ามร่างกายถูกขับเคลื่อนด้วยสัญชาตญาณการต่อสู้เท่านั้น นี่เป็นการโจมตีแบบไม่เลือกหน้าอย่างแท้จริง หากคลุ้มคลั่งขึ้นมาก็จะฟาดฟันแม้แต่เพื่อนร่วมทีมของตนเอง”“เข้าใจแล้ว……” ร่างของนภาค่อยๆ ลอยขึ้น ดวงตาจับจ้องเฉาเยวียนที่ตกอยู่ในความบ้าคลั่งเบื้องล่าง ก่อนเอ่ยอย่างจริงจัง “เมื่อกี้ฉันประมาทไปหน่อย ตอนนี้……ฉันจะทุ่มสุดตัว เพื่อปะทะกับไอ้บ้าคนนี้อย่างเต็มที่”เขาประกบมือเข้าหากัน อาวุธและเศษอิฐที่กระจัดกระจายอยู่รอบๆ ลอยขึ้นพร้อมกันจนปกคลุมทั่วท้องฟ้า แล้วล็อกเป้าหมายไปยังเฉาเยวียนที่อยู่บนพื้นดินเฉาเยวียนกำดาบแน่น ดวงตาสีโลหิตจ้องเขม็งไปยังนภาที่ลอยกลางอากาศ เปลวไฟทมิฬแผดเผา มุมปากเผยรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมเพียงชั่วพริบตา ร่างของเขาก็หายวับไปราวกับภูตผี ทิ้งไว้เพียงร่องรอยที่เลือนลางท่ามกลางซากปรักหักพัง“ไป!” นภาชี้นิ้ว เศษอิฐและอาวุธนับไม่ถ้วนพลันพุ่งสวนทางกันราวกับกระสุนปืนกล เขย่าผืนดินจนสั่นสะเทือนตูม ตูม ตูม!เปลวเพลิง