สีดำปะทุขึ้น ประกายดาบวาบวับ เฉาเยวียนฟาดฟันสิ่งของที่ร่วงหล่นลงมาอย่างง่ายดายด้วยความเร็วราวกับสายฟ้าแลบ เพียงเสี้ยวลมหายใจ เขาก็มาถึงเบื้องล่างของนภา……สองขากระโดดขึ้น!ร่างทะยานขึ้นสู่เบื้องบน!ทว่าในวินาทีที่คมดาบกำลังจะสัมผัสกับร่างของอีกฝ่าย นภากลับลอยสูงขึ้นไปอีกหลายสิบเมตร……เฉาเยวียนที่อยู่ในสถานะคลุ้มคลั่ง พลันพบกับปัญหาใหญ่หลวงเขาเอื้อมไม่ถึง……“ฮะฮะฮะฮะ……” นภาหัวเราะขณะลอยไปมา พลางเย้ยเฉาเยวียนที่ยืนทื่ออยู่ด้านล่าง “นายบินไม่ได้ น่าโมโหไหมล่ะ?”เฉาเยวียน “……”“บ้าเอ๊ย! หมอนั่นหน้าไม่อายเกินไปแล้ว!” ไป๋หลี่พั่งพั่งที่เฝ้าดูการต่อสู้ในระยะไกลอดสบถออกมาไม่ได้“หมอนั่นแข็งแกร่งเกินไป หากต้องสู้กันตัวต่อตัวบนพื้น นอกจากหน้ากากหวังแล้ว คงไม่มีใครเอาชนะเขาได้ ดังนั้นจึงทำได้เพียงถ่วงเวลาเขาไว้แบบนี้” หลินชีเยี่ยลูบคางพลางพึมพัมกับตัวเอง“เมื่อครู่ หมอนั่นแข็งแกร่งขนาดนั้นเลยเหรอ……”เขาชะงักไปครู่หนึ่ง สายตาทอดมองหน้ากากหวังที่อยู่ไกลออกไป ดวงตาหรี่ลงเล็กน้อย“ดูแลตัวเองด้วย” หลินชีเยี่ยตบบ่าไป๋หลี่พั่งพั่ง ร่างของเขาพลันหายวับไปในทันทีไป๋หลี่พั่งพั่งกำลังจะเอ่ยอะไรบางอย่าง ทว่าหลินชีเยี่ยกลับหายลับไปไกลแล้วเขาเกาหัวอย่างอับจนปัญญาพลางถอนหายใจทว่าในยามนั้น เงาร่างเลือนรางคล้ายแสงจันทร์ก็เคลื่อนกายมาทางด้านหลังของเขา…ด้ามกริชถูกยกขึ้นสูงก่อนจะฟาดหลังศีรษะของไป๋หลีพั่งพั่งอย่างแรง!เพล้ง!ทั