ง ก่อนจะเสริม “พวกคุณ… ทุกคนนั่นแหละจะทนไม่ไหว”“……นายกำลังดูถูกฉันงั้นเหรอ?” นภาหัวเราะในลำคอ “นายเป็นแค่ทหารใหม่ แต่ปากกล้าเสียจริง……หรือคิดว่าตัวเองจะฆ่าฉันได้?”เฉาเยวียนลูบคาง ตรึกตรองอย่างถี่ถ้วน ก่อนจะพยักหน้าอย่างจริงจัง“อาจจะ”“โอ้?” ดวงตาของนภาหรี่ลงเป็นเส้น แววตาวาววับ “งั้นก็ลองดูสิ”“ไม่เอา” เฉาเยวียนส่ายหน้าอย่างหนักแน่น “หลังจากชักดาบแล้ว แม้แต่ตัวผมเองก็ควบคุมมันไม่ได้อีกต่อไปผมไม่อยากสร้างบาปกรรมอีกแล้ว”กล่าวจบ เฉาเยวียนก็โยนดาบในอ้อมแขนลงบนพื้น ประสานมือทั้งสองข้างไว้ด้วยกัน ก้มศีรษะลงอย่างเคร่งขรึมเอ่ยพึมพำว่า “อมิตาพุทธ”“……ไม่ได้ นายต้องลองดูสักครั้ง!” นภาเห็นภาพนั้น ความใคร่รู้พลันพลุ่งพล่านขึ้นมาในใจ“ไม่เอา”“ลองดูสิ! ลองดูแล้วจะรู้! ฉันรับรองว่านายทำอะไรฉันไม่ได้หรอก!”“ผมไม่เสี่ยงหรอก”“……ได้โปรด! ชักดาบออกมา! รีบฟันฉันสิ!”“อมิตาพุทธ”“……”นภากำลังจะเว้าวอนต่อ ทว่าใบหน้าก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย ร่างกายลอยถอยหลังไปอีกหลายเมตรแรงสั่นสะเทือนอันน่าสะพรึงกลัวพัดผ่าน ทำให้พื้นเบื้องล่างแตกร้าวเป็นเสี่ยงๆ ก้อนอิฐที่กระจัดกระจายลอยขึ้นเพียงครู่เดียวก็ถูกสนามพลังแปลกประหลาดตรึงไว้กลางอากาศนภาขมวดคิ้วพลางมองไปทางขวา ปลายนิ้วขยับเบาๆ ก้อนอิฐที่ลอยอยู่ก็พุ่งออกไปราวกับลูกธนู!ไม่ไกลนัก มอลลี่กำดาบไทชิไว้แน่น เธอกระทืบพื้นอย่างแรง แรงสั่นสะเทือนที่มองไม่เห็นแผ่ออกมาจากตัวเธอทำลายก้อนอิ