ำอีกครั้งนับตั้งแต่น้ำวนปรากฏตัวจนถึงตอนนี้ ผ่านไปเพียงครึ่งนาที กองกำลังทหารใหม่สิบกว่าคนก็ถูกกำราบจนสิ้นซากโครม–!!แสงไฟที่เจิดจ้าปะทุขึ้นจากหอพักอีกหลังหนึ่ง นภาค่อยๆ พากุหลาบลอยลงมา พร้อมกับหันไปมอง“ภูตจันทราแค่ไปถ่วงเวลาอีกฝั่งไม่ใช่เหรอ? ทำไมถึงได้เกิดความวุ่นวายขนาดนี้” น้ำวนพึมพำหน้ากากหวังหรี่ตาลง “ดูเหมือนว่าภูตจันทราจะเจอศัตรูที่ยากเย็นเข้าแล้ว พวกเราไปกันเถอะ”ร่างทั้งสี่พลันหายไปในพริบตา มุ่งหน้าไปยังทิศทางที่เกิดการระเบิดหลังจากที่พวกเขาจากไป หลินชีเยี่ยก็ค่อยๆ วางกล้องส่องทางไกลในมือลง สายตาเริ่มเคร่งขรึม“สมกับที่คาดไว้ พวกเขาแพ้แล้ว และไม่มีโอกาสได้โต้ตอบด้วยซ้ำ” มอลลี่เอ่ยขึ้นอย่างสงบ“ตอนนี้หน่วยเร้นลับตั้งใจจะทำสงครามสายฟ้าแลบ ด้วยการโจมตีอันดุเดือดเช่นนี้ ทีมที่รวมตัวกันชั่วคราวของพวกเขาต้านไม่ไหวแน่” หลินชีเยี่ยส่ายหัว“แล้วต่อไปล่ะ? พวกเรายังจะนั่งดูเฉยๆ เหรอ?” ไป๋หลี่พั่งพั่งมองไปที่หลินชีเยี่ย“ไม่ ตอนนี้เราต้องลงมือแล้ว” หลินชีเยี่ยจับจ้องไปทางตึกหอพักที่เกิดการระเบิดอย่างต่อเนื่อง “ถ้าฉันเดาไม่ผิดตอนนี้คนที่กำลังต่อสู้กับภูตจันทราคือคนที่มีผนึกต้องห้ามขั้นวิกฤต ในฐานะที่เป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่สามารถต่อกรกับหน่วยเร้นลับได้ เราจะปล่อยให้เขาถูกกำจัดไปแบบนี้ไม่ได้”“เราอ้อมไปด้านหลังของหน่วยเร้นลับ ถ้ามีโอกาสก็ให้ความร่วมมือกับขั้นวิกฤตคนนั้นเพื่อลองโจมตี แต่ถ้าไม่มี