าะนิ้วลงบนโต๊ะเป็นจังหวะราวกับกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่าง“ท่านผู้บังคับบัญชา กำลังดูอะไรอยู่หรือครับ?”หยวนกังชี้ไปยังมุมหนึ่งของหน้าจอ เด็กหนุ่มคนหนึ่งมือถือดาบ นั่งหลับตาพักผ่อนอยู่ตรงมุมห้อง“ดูเขา”“เขาเหรอ?” ครูฝึกเกาหัว “ผมจำได้ว่าเขานั่งอยู่ตรงนั้นมาตั้งแต่เริ่มการต่อสู้แล้วนี่ครับ เขาพิเศษตรงไหนเหรอ?”หยวนกังโยนเอกสารในมือลงบนโต๊ะ “พวกนายดูสิ”ครูฝึกคนอื่นๆ หยิบเอกสารขึ้นมาดู ยิ่งดูก็ยิ่งเบิกตากว้าง จนอ้าปากค้างด้วยความตกใจ!“เขาคือ……”……“เฉาเยวียน ทำไมนายถึงนั่งอยู่ตรงนี้ตลอด มาร่วมพูดคุยเรื่องกลยุทธ์กันเถอะ!”ชายคนหนึ่งผลักประตูเข้ามา เห็นเด็กหนุ่มนั่งอยู่คนเดียวที่มุมห้องก็ถอนหายใจเฉาเยวียนค่อยๆ ลืมตาขึ้น พูดอย่างเฉยเมย “พวกนายคุยกันเถอะ ไม่ต้องสนใจฉัน”“ไม่ได้สิ เฉาเยวียน นายไม่อยากชนะหน่วยเร้นลับแล้วจบค่ายฝึกอบรมเลยเหรอ? มานั่งเฉยๆ แบบนี้มันดูหมดอาลัยไปหน่อยมั้ย” ชายหนุ่มทำสีหน้าผิดหวังอย่างเห็นได้ชัด“อีกเดี๋ยวหน่วยเร้นลับก็บุกมาแล้ว นายจะนั่งรอให้พวกเขากำจัดนายออกไปแบบนี้น่ะเหรอ?”“ใช่”“…”ชายหนุ่มเห็นว่าคุยกันไปก็คงไม่รู้เรื่อง จึงปิดประตูแล้วเดินออกไปที่ทางเดิน“พี่เสิ่น เขาไม่ยอมมาด้วยครับ”ตรงทางเดิน เหล่าทหารใหม่กว่าสิบนายกำลังยืนจับกลุ่มกันอยู่ ตรงกลางคือชายสวมหมวกทหารกลับด้านกำลังเคี้ยวหมากฝรั่ง… ผู้ที่เป็นเจ้าของผนึกต้องห้ามขั้นวิกฤตอีกคนหนึ่งเสิ่นชิงจู่โบกมืออย่างไม่ใส่ใจ “