นับตั้งแต่วันที่สองที่หลินชีเยี่ยมาถึงค่ายฝึกอบรม ทหารใหม่ก็ทยอยกันเข้ามาเรื่อยๆ หอพักที่เคยว่างเปล่าก็เริ่มเต็มไปด้วยผู้คนจนกระทั่งเช้าวันที่สาม หลินชีเยี่ยก็ถูกปลุกด้วยเสียงอึกทึกนอกระเบียงทางเดิน เขาลุกขึ้นนั่งแล้วขยี้ตาที่ยังง่วงงุน“หืม? เจ้าอ้วนตื่นเช้าขนาดนี้เชียว?” หลินชีเยี่ยเหลือบมองเตียงข้างๆ ที่รกเหมือนคอกหมูแต่ไม่มีคนอยู่แล้ว เขาเลิกคิ้วอย่างประหลาดใจ‘ดูเหมือนคุณชายร่ำรวยคนนี้จะแตกต่างกว่าที่คิด’หลังจากอยู่ด้วยกันมาสองวัน หลินชีเยี่ยก็พอจะเข้าใจไป๋หลี่พั่งพั่งบ้างแล้ว อีกฝ่ายไม่ได้เป็นคุณชายที่หยิ่งผยองอย่างที่คิด แต่กลับพยายามปิดบังฐานะของตัวเองและแสร้งทำเป็นคนธรรมดา แม้ว่าการแสดงจะไม่เนียนนักก็ตาม‘จิตใจไม่เลว แต่สมองไม่ค่อยมี’ นี่คือความเห็นเบื้องต้นของหลินชีเยี่ยที่มีต่อไป๋หลี่พั่งพั่งหลินชีเยี่ยไม่กลัวเรื่องวุ่นวาย ในทางตรงกันข้าม เขากลับหวังว่ารูมเมทของเขาจะเป็นคนที่หยิ่งยโสและชอบหาเรื่องเขา จะได้มีข้ออ้างในการต่อยตีแล้วยึดครองห้องทั้งห้องได้……‘แต่ทำไม……เขาถึงเป็นเด็กอ้วนที่ไร้เดียงสาขนาดนี้นะ!’เจ้าอ้วนที่ยิ้มแย้มแจ่มใสทุกวัน ชอบให้ของขวัญเขา วาจาก็สุภาพ หลินชีเยี่ยรู้สึกเหมือนชกหมัดลงบนปุยนุ่น‘จะต่อยเขาก็… รู้สึกผิด จะไม่ต่อยก็……ตอนที่เขาย่องเอาเท้ามาจ่อหน้าตอนกลางดึก ก็อดทนไม่ไหวจริงๆ’สิ่งที่น่าโมโหที่สุดคือ พอหลินชีเยี่ยโดนปลุกด้วยกลิ่นเท้าจนตื่นแล้ว เจ้าไป๋หลี่