อ้วนยังจะมองตาแป๋ว พร้อมกับถามด้วยสีหน้าคาดหวังเจ็ดส่วนและเขินอายสามส่วนว่า“ชีเยี่ย คุณยังไม่ได้ตอบผมเลย เท้าผมหอมไหม?”โชคดีที่หลินชีเยี่ยไม่มีดาบอยู่ใกล้มือ มิฉะนั้นเจ้าหมูอ้วนนั่นคงไม่ได้เห็นพระอาทิตย์ขึ้นในยามรุ่งสางแน่หลินชีเยี่ยยืดเส้นยืดสาย บรรจงคาบแปรงสีฟันไว้ในปาก มือลากกระติกน้ำร้อนเปล่าเตรียมตัวออกไปล้างหน้าแปรงฟันทันทีที่เขาเปิดประตู ก็เห็นฝูงชนจำนวนมากมุงอยู่ที่หอพักฝั่งตรงข้าม ท่ามกลางผู้คนมากมาย มีเด็กอ้วนที่เปล่งประกายระยิบระยับไปทั้งตัวกำลังตะโกนเสียงดังว่า“สหายทั้งหลาย! ผมเอาของฝากจากบ้านเกิดมาให้ทุกคนด้วย หวังว่าจะไม่รังเกียจกันนะครับ ในหนึ่งปีต่อจากนี้ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วย!”“เฮ้ พี่ชายคนนั้น อย่าแย่งกัน อย่าแย่งกัน มีให้ทุกคนเลย!”ไป๋หลี่พั่งพั่งยกแขนอวบอ้วนขึ้น บนแขนเต็มไปด้วยนาฬิกาหรูหราหลายสิบเรือนพันรอบแขนจนแน่นขนัดราวกับมัมมี่ ดูร่ำรวยมาก!เหล่าทหารใหม่ที่อยู่โดยรอบพากันตื่นเต้น“ทุกคนอย่าเข้าใจผิด ผมไม่ใช่คุณชายอะไรนะ! ผมเป็นแค่เด็กจากครอบครัวธรรมดา ผมอยากจะสนิทกับพวกคุณ……”ตุบ!มองไปยังหอพักฝั่งตรงข้ามที่วุ่นวาย หลินชีเยี่ยอ้าปากค้างด้วยความตกใจ แปรงสีฟันในปากร่วงลงพื้น“เด็กอ้วนคนนี้……เป็นใครกันแน่?” เขาพึมพำ“แม้แต่พวกลูกคนรวยก็คงไม่รวยขนาดนี้ใช่ไหม? ทหารใหม่ทั้งค่ายกว่าสองร้อยคน ได้นาฬิกาหรูคนละเรือน? นี่มันโปรยเงินชัดๆ!”อย่างไรก็ตาม แม้ว่าหอพักทั้งหลังจะโกลาหล