แต่ก็ยังมีคนที่ไม่สะทกสะท้านหลินชีเยี่ยสังเกตเห็นว่า มีเด็กหนุ่มคนหนึ่งยืนพิงกำแพงอยู่ที่ทางเดินบนชั้นเดียวกัน มองดูเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยสีหน้าเฉยเมยเขายืนนิ่งอยู่ตรงนั้น ราวกับอยู่โลกอีกใบ ให้ความรู้สึกแปลกแยก ราวกับมีปราการล่องหนขวางอยู่ตรงหน้า ปิดกั้นเสียงอึกทึกครึกโครมทั้งหมดเอาไว้ ดวงตาของเขานิ่งสงบดั่งผืนน้ำส่วนที่หอพักหญิงด้านขวา มีสาวผมยาวคนหนึ่งยืนอยู่ที่ระเบียง จ้องมองไป๋หลี่พั่งพั่งท่ามกลางฝูงชนด้วยสายตาดูแคลนยิ่งสังเกต หลินชีเยี่ยก็ยิ่งพบว่า มีคนไม่น้อยที่ลอบสังเกตการณ์ความวุ่นวายครั้งนี้ บางคนมีสีหน้าเฉยเมย บางคนดูสนุกสนาน บางคนดูถูกเหยียดหยาม และบางคนก็พร้อมที่จะขยับตัว……การกระทำของไป๋หลี่พั่งพั่งครานี้ นอกจากจะจุดประกายบรรยากาศในค่ายทหารให้พลุ่งพล่านขึ้นมาแล้ว ยังเผยให้เห็นบางสิ่งที่ซ่อนเร้นอยู่เบื้องหลังด้วยในขณะที่หลินชีเยี่ยสังเกตเห็นพวกเขา พวกเขาก็รับรู้ถึงการมีอยู่ของกันและกันเช่นกันทันใดนั้นเอง ครูฝึกหงก็เดินเข้าไปในบริเวณหอพักพร้อมกับครูฝึกอีกหลายคน เขาเงยหน้ามองหอพักที่กำลังอลหม่านแล้วตวาดออกมาอย่างเกรี้ยวกราด“พวกนายทำบ้าอะไรกันเนี่ย!”“เปิดตลาดนัดกันหรือไง? หา?!”“จะให้ฉันไปจ้างนักเต้นระบำเปลื้องผ้ามากระตุ้นพวกนายหน่อยมั้ย!”เสียงคำรามดังก้องไปทั่วอาคาร เหล่าทหารใหม่ที่มุงดูไป๋หลี่พั่งพั่งอยู่ต่างพากันสลายตัวไปในพริบตา เหลือเพียงแค่เจ้าอ้วนที่ยืนกอดนาฬิกาข้อมือ