ไม่นานนัก ครูฝึกคนหนึ่งก็เดินออกมาจากประตู มองหลินชีเยี่ยอย่างประหลาดใจ“ทหารใหม่เหรอ?”“ครับ”“ชื่ออะไร?”“หลินชีเยี่ย”ทั่วร่างครูฝึกสั่นสะท้าน พินิจหลินชีเยี่ยอย่างจริงจัง ราวกับกำลังมองสมบัติล้ำค่า“นาย……คือหลินชีเยี่ย?”หลินชีเยี่ยถูกจ้องจนขนลุก “ครับ มีปัญหาอะไรหรือเปล่า?”“ไม่มี” ครูฝึกส่ายหน้า แล้วเปิดประตูค่ายฝึก “นายเป็นคนแรกที่มาถึง เข้ามาก่อนสิ”“ใช่แล้ว ฉันชื่อหงฮ่าว เป็นครูฝึกของพวกนาย”“สวัสดีครับ ครูฝึกหง” หลินชีเยี่ยกล่าวทักทายอย่างสุภาพ ขณะเดินเข้าไปในค่ายฝึกครูหงพยักหน้า “เจ้าหนู นายมาเช้าดี ถือว่าทันเวลา ครั้งนี้ฉันจะพาเธอไปทำความรู้จักกับค่ายฝึกเอง”ครูฝึกหงพาหลินชีเยี่ยเดินไปทั่วค่ายฝึกที่ยังว่างเปล่าภายในค่ายนั้นกว้างขวางกว่าที่หลินชีเยี่ยจินตนาการไว้มาก ตัวอาคารไม่ได้สร้างขึ้นชั่วคราวด้วยเต็นท์หรือบ้านสำเร็จรูป ทว่าสร้างด้วยวัสดุที่ไม่รู้จัก ซึ่งเป็นอาคารที่เรียบเสมอกับพื้น ราวกับงอกขึ้นมาจากผืนดินพื้นดินถูกแบ่งแยกอย่างเป็นระเบียบด้วยเส้น มีทั้งทางเดินรถ ทางเดินคน และเครื่องหมายบอกทาง เช่น ที่ตั้งโรงอาหาร ที่ตั้งของหอพัก… เส้นต่างๆ มีความหนาและสีที่แตกต่างกันจึงดูสบายตา แทบจะเป็นสวรรค์สำหรับผู้ที่เป็นโรคย้ำคิดย้ำทำถ้าหลินชีเยี่ยไม่รู้มาก่อนว่าที่นี่เคยเป็นเพียงพื้นที่รกร้าง เขาคงคิดว่าที่นี่เป็นฐานทัพใหม่ที่ใช้เวลาสร้างหลายปีรถทหารวิ่งไปมาบนถนน บรรทุกสัมภาระและอุปกรณ์อ