้านใหญ่ที่สุดมีตัวอักษรสีดำเขียนว่า ‘สงบจิต’ปลายพู่กันพลิ้วไหว ดูนุ่มนวลแต่กลับแฝงไว้ด้วยจิตสังหารอันน่าสะพรึงกลัวเด็กหนุ่มผมดำบนเบาะรองนั่งลืมตาขึ้นเล็กน้อย“อุบาสกเฉาเยวียน จดหมายของท่านมาถึงแล้ว” นักบวชชราทำความเคารพแบบพุทธ แล้วล้วงซองจดหมายออกมาจากแขนเสื้อเด็กหนุ่มผมดำลุกขึ้นช้าๆ รับซองจดหมายมาเปิดอ่านเป็นเวลานาน“ชางหนาน……” เขาพึมพำ แล้วเงยหน้ามองนักบวชชราพลางกล่าวอย่างนอบน้อม “ท่านอาจารย์ ท่านคิดว่า…ผมควรไปหรือไม่?”“อุบาสก ท่านได้สงบจิตอยู่ที่นี่มาห้าปีแล้ว จิตปีศาจในใจก็ถูกสะกดเอาไว้แล้ว ข้าผู้เฒ่าเห็นว่า……ท่านควรไป”ดวงตาของเด็กหนุ่มฉายแววลังเล “แต่ บาปกรรมของผม……”“การฆ่าสัตว์ตัดชีวิตเป็นบาป การช่วยชีวิตผู้อื่นเป็นบุญ บุญบาปย่อมหักล้างกันจึงจะหลุดพ้น” นักบวชชราเอ่ยด้วยน้ำเสียงสงบ ดวงตาทั้งสองข้างลึกล้ำดุจห้วงมหาสมุทร มือทั้งสองประนมขึ้น“หากยังคงอยู่แต่ในวัดแห่งนี้ แม้บำเพ็ญเพียรไปอีกร้อยปี บาปก็ยังคงเป็นบาป… อุบาสก ถึงเวลาปล่อยวางได้แล้ว”เด็กหนุ่มเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะประนมมือขึ้นโค้งคำนับอย่างนอบน้อม“ขอบพระคุณท่านอาจารย์ที่เมตตาชี้แนะ”“อุบาสกเฉาเยวียน… ข้าผู้เฒ่ายังมีเรื่องสำคัญที่ต้องบอกกล่าว”“ท่านอาจารย์โปรดกล่าวมาเถอะ”“การเดินทางไปยังเมืองชางหนานครั้งนี้ อาจได้พบกับ ‘บุคคลสำคัญ’ หากสามารถคว้าโอกาสนั้นไว้ได้ ไม่เพียงแต่จะชำระล้างบาปที่ทำไว้ทั้งชีวิต ยังอาจบรรลุผลสำเร็จได้อ