เฉินมู่เหยี่ยรอจนกระทั่งหลินชีเยี่ยเดินมาถึงตัว จึงเอ่ยถาม“ไม่ครับ” หลินชีเยี่ยส่ายหน้า“รู้สึกยังไงบ้าง?”“รู้สึกว่า……” หลินชีเยี่ยครุ่นคิด “ง่ายกว่าที่ผมคิดไว้นิดนึงครับ”เฉินมู่เหยี่ยยิ้มพลางพยักหน้าเล็กน้อย “งั้นก็ขึ้นรถเถอะ กลับกันได้แล้ว”“หัวหน้า! ทำไมไม่ถามฉันบ้างล่ะ!” หงอิงเบะปากพร้อมกับเอามือเท้าเอว“ถามเธอ?” อู๋เซียงหนานเหลือบมองเธอด้วยหางตา “เธอไม่พังโรงเรียนก็บุญแล้ว จะถามเธออีกทำไม?”หงอิงจ้องอู๋เซียงหนานเขม็ง เธอขบฟันกรอดด้วยความโมโห “ฉันถามนายเหรอ? นายไม่ใช่หัวหน้าสักหน่อย!”“ฉันเป็นหัวหน้า ถึงจะเป็นรองก็เถอะ”“รองไม่นับ!”“นับสิ!”“ไม่นับ!!”……แชะ!เสียงชัตเตอร์ดังขึ้น ภาพถ่ายถูกพิมพ์ออกมาจากด้านล่างของกล้องโทรทรรศน์ มือข้างหนึ่งหยิบมันขึ้นมาอย่างระมัดระวังบนตึกสูงระฟ้าไม่ไกลนัก เหลิ่งเซวียนนั่งอยู่ริมดาดฟ้า ค่อยๆ แกว่งรูปถ่ายในมือ ภาพบนนั้นค่อยๆ ชัดเจนขึ้นสายลมโชยพัดผ่าน เขาก้มลงมองรูปถ่ายในมือ รอยยิ้มจางๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้า“รูปนี้… ก็ถ่ายออกมาไม่เลว”เขาเก็บรูปถ่ายลงในกล่องอย่างทะนุถนอม จากนั้นก็ลุกขึ้นยืนอย่างเชื่องช้าสะพายปืนไรเฟิลบนบ่า แล้วก้าวเดินเข้าสู่ความมืดมิดยามราตรี