“ไม่……เป็นไปไม่ได้!” หลี่อี้เฟยก้มมองรอยกระสุนบนหน้าอกตัวเอง พลางส่ายหัวไม่หยุด “ฉันไม่มีทางฆ่าคน ยิ่งเป็นไปไม่ได้ที่ฉันจะเป็นสัตว์ประหลาด……”“หลี่อี้เฟย……” หลินชีเยี่ยคว้าคอเสื้อของอีกฝ่าย ดึงศีรษะเข้ามาใกล้ จ้องมองดวงตาที่กำลังหวาดกลัวคู่นั้น“มองตาฉัน!”ฟุ่บ!เตาหลอมสีทองลุกโชนจากดวงตาของหลินชีเยี่ย พลังศักดิ์สิทธิ์ของเซราฟหลั่งไหลออกมา ทะลักเข้าสู่จิตใจของหลี่อี้เฟยเพียงพริบตา หลี่อี้เฟยพลันเบิกตากว้าง ก่อนจะหมดสติไปทว่าในวินาทีถัดมา ฝ่ามือที่แข็งนายร่งก็คว้าข้อมือของหลินชีเยี่ยไว้แน่น ดวงตาของหลี่อี้เฟยเบิกกว้างขึ้นอีกครั้ง!นัยน์ตาคู่นั้นเป็นรูม่านตารูปร่างแปลกประหลาด ดูมั่นคงและน่าพิศวง“น่าสนใจ……เจ้ารู้ได้อย่างไร?” เสียงของหลี่อี้เฟยทุ้มลึกและสงบนิ่ง “ด้วยการรับรู้ขั้นจั่นของเจ้า ไม่น่าจะมองทะลุการแสร้งทำของข้าได้”“ฉันมองไม่ทะลุจริงๆ นั่นแหละ มิฉะนั้นนายคงถูกเปิดโปงตั้งแต่อยู่ใต้สำนักงานแล้ว” ประกายไฟในดวงตาหลินชีเยี่ยยังคงลุกโชน นับตั้งแต่เข้ามาในโรงเรียน ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นดูเหมือนสมเหตุสมผล ทว่ากลับมีเงื่อนงำแฝงอยู่ทั่วทุกที่“เจ้าหมายความว่า… เจ้ารู้ได้เพราะการอนุมานหรือไร?”“ก็น่าจะใช่นะ นายทิ้งช่องโหว่มากเกินไป”“โอ้?” หลี่อี้เฟยหรี่ตาลง “ลองว่ามาสิ”“จุดน่าสงสัยแรกคือใบลาป่วยของนาย” หลินชีเยี่ยกล่าวอย่างใจเย็น “ตอนที่นายเข้ามาในห้องเรียนเช้านี้ นายถือใบลาป่วยเข้ามาด้วย”“แล้วอย่