งอะไรมาก อย่างน้อยก็ในช่วงวัยเยาว์”“เข้าใจแล้วครับ” หลินชีเยี่ยลูบคางแสดงว่าปีศาจอสรพิษตัวนี้อยู่มานานกว่าที่เขาคิด มีบริวารจำนวนมากขนาดนี้ มันอาจจะอยู่ในโรงเรียนนี้มานานกว่าหนึ่งเดือนแล้วก็ย่อมได้มันทั้งระมัดระวังตัวและรอบคอบในขณะที่หลินชีเยี่ยกำลังครุ่นคิด อันชิงอวี๋ก็เดินเข้ามาใกล้เขาอย่างเงียบเชียบ“มีอะไรเหรอ?”“ฉันอยากจะถามอะไรหน่อย?”“ถ้านายอยากจะถามว่าฉันเป็นยอดมนุษย์หรือผู้ฝึกเซียนรึเปล่า ก็ลืมไปซะเถอะ”“ไม่ใช่ ฉันอยากถามว่า… สัตว์ประหลาดแบบนี้… มีตัวตนอยู่จริงๆ ในสถานที่ที่เราไม่รู้จักอย่างนั้นเหรอ?” อันชิงอวี๋ชี้ไปยังซากสัตว์ประหลาดที่นอนตายเกลื่อนอยู่ข้างนอกหลินชีเยี่ยลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้า“แล้วทำไมเรายังใช้ชีวิตอย่างสงบสุขได้อยู่ล่ะ?”หลินชีเยี่ยเหลือบมองเขา ก่อนจะพูดช้าๆ “เพราะมีคนคอยปกป้องยามราตรีให้กับมวลมนุษย์”ตามหลักแล้ว หลินชีเยี่ยไม่ควรตอบคำถามนี้ แต่ไม่ว่ายังไง สุดท้ายความทรงจำของพวกเขาก็จะถูกลบอยู่ดี จะพูดไปตอนนี้ก็คงไม่เป็นไรอย่างไรก็ตาม หลินชีเยี่ยก็พูดได้แค่นี้“เข้าใจแล้ว” อันชิงอวี๋พยักหน้า“นายไม่กลัวเหรอ?”“กลัว? ฉันจะกลัวทำไม?” มุมปากของอันชิงอวี๋ยกขึ้น “ฉันแค่รู้สึกว่ามันน่าสนใจ”“น่าสนใจ?”“โลกใบนี้ นอกจากวิทยาศาสตร์แล้ว ยังมีสิ่งมีชีวิตมหัศจรรย์แบบนี้อยู่ด้วย” อันชิงอวี๋เลียริมฝีปาก ดวงตาจับจ้องไปที่ซากสัตว์ประหลาดอย่างไม่ละสายตา “ฉันอยากจะเอามันกลั