ด้านล่างครูหวังผู้แสนสุภาพ พยักหน้าอย่างหนักแน่น “วางใจได้ ชั้นนี้ปล่อยให้ฉันจัดการเอง เกมป้องกันหอคอยที่ฉันเล่นมาหลายปี ไม่ได้เล่นมาแบบเสียเปล่าหรอกนะ!”หลี่อี้เฟยหยิบขวานดับเพลิงมาถือไว้ ตะโกนไปยังอีกด้านหนึ่งของทางเดิน นักเรียนชายร่างกำยำหลายคนที่ถือขวานดับเพลิง ไม้เบสบอล หรือไม้เทนนิสวิ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว“ห้องแปดชั้นสาม มีเพื่อนนักเรียนประมาณยี่สิบกว่าคนติดอยู่ เราจะไปช่วยพวกเขา!” หลี่อี้เฟยอธิบายสถานการณ์คร่าวๆ นักเรียนชายหลายคนรีบนำเสื้อผ้ามามัดรวมกันเป็นเชือกเส้นใหญ่ ผูกไว้กับราวระเบียง แล้วหย่อนลงไปด้านล่างหลี่อี้เฟยดึงเชือกเบาๆ หลังจากแน่ใจว่าแข็งแรงพอแล้ว เขาก็เป็นคนแรกที่ปีนขึ้นไปบนราวระเบียง มือจับเชือกแน่น ค่อยๆ โรยตัวลงไปทีละนิดตามที่เคยเห็นในทีวีนักเรียนชายอีกหลายคนที่อยู่ด้านหลังก็ทำตาม ถึงแม้จะรู้สึกประหม่าอยู่บ้าง แต่ก็ยังเป็นระเบียบ“คุณครูหวัง หลี่อี้เฟยกับคนอื่นๆ จะไม่เป็นอันตรายใช่ไหมคะ?” นักเรียนหญิงคนหนึ่งมองดูเหตุการณ์ด้วยความเป็นห่วงครูหวังเพ่งพินิจพวกเขา ก่อนจะถอนหายใจ “เป็นไปได้ยังไงที่จะไม่เป็นอันตราย? แต่ฉันเชื่อมั่นในความสามารถของเขา…”“หลี่อี้เฟยเท่จัง เมื่อก่อนทำไมไม่สังเกตเห็นนะ?” นักเรียนหญิงอีกคนพูดพึมพำในประวัติศาสตร์ ในยุคมืดแต่ละยุค ย่อมมีคนธรรมดาที่ลุกขึ้นมายืนหยัด เป็นผู้นำที่อยู่เบื้องหน้าของทุกคนเสมอหลี่อี้เฟยและนักเรียนคนอื่นๆ ที่ดูเหมือนจะ