้ปาก พยักหน้าอย่างว่าง่าย “ค่ะ”เฉินมู่เหยี่ยใคร่ครวญแล้วเสริมว่า “ไม่ต้องรักษาให้หายสนิท เอาแค่พรุ่งนี้ยังทนโดนต่อยไหวก็พอ”หลินชีเยี่ย “……”เกร๊ง!ตะเกียบสองคู่กระทบกันในซุปกระดูกตะเกียบทั้งสองคู่ยื้อแย่งชิ้นเนื้อ ต่างฝ่ายต่างไม่ยอมกันหงอิงและอู๋เซียงหนานจ้องหน้ากัน นิ่งค้างอยู่ในท่านั้น ราวกับว่าสายตากำลังปะทะกันกลางอากาศจนเกิดเป็นประกายไฟ“อู๋เซียงหนาน ฉันเล็งชิ้นนี้ก่อน” หงอิงพูดด้วยสายตาแข็งกร้าวอู๋เซียงหนานกล่าวอย่างใจเย็น “แต่ฉันคีบได้ก่อน”“ปล่อย”“ไม่ปล่อย”“ปล่อย!”“ไม่ปล่อย!”เปรี๊ยะๆๆๆ……ประกายไฟระหว่างคนทั้งสองยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆในยามนั้น เหลิ่งเซวียนที่นั่งกินข้าวเงียบๆ โดยไม่ค่อยมีใครสังเกตเห็น จ้องมองเนื้อชิ้นนั้นแล้วเอื้อมมือไปสัมผัสที่เอว……ชักปืน HK MP5 ออกมาแล้ววางลงบนโต๊ะ“ปล่อยทั้งคู่” เขาเอ่ยอย่างใจเย็นหงอิง “……”อู๋เซียงหนาน “……”เหลิ่งเซวียนยื่นตะเกียบออกไปอย่างเป็นธรรมชาติ คีบเนื้อชิ้นที่ใหญ่ที่สุดไปแล้วลังเลครู่หนึ่ง ก่อนจะใส่ลงในถ้วยของหลินชีเยี่ย“เด็กใหม่ กินเยอะๆ แล้วไปฝึกยิงปืนกัน”เหลิ่งเซวียนกล่าวอย่างเย็นชาพลางเก็บปืน“หา? อ้อ… ครับ” หลินชีเยี่ยยังไม่ทันได้ตั้งตัว พลางมองเหลิ่งเซวียนที่ก้มหน้าก้มตากินข้าวอย่างงุนงง……โอ้โห…นี่แหละที่เรียกว่าคนโหดไม่พูดเยอะ!ไม่ต้องพร่ำมากความ แค่นี้ก็โหดเหี้ยมเกินพอ!“เหลิ่งเซวียน คราวหน้าพยายามอย่าชักปืนบนโต๊ะอาหาร” เฉิน