เฉินมู่เหยี่ยจ้องเวินฉีโม่ด้วยสายตาไม่พอใจเวินฉีโม่กล่าวอย่างจริงจังว่า “คุณป้าครับ เรื่องมันเป็นแบบนี้ครับ หลินชีเยี่ยเคยกรอกใบสมัครไปที่ฉีฉีฮาร์ แต่ภายหลังก็ยอมรับการจัดสรรให้ไปที่อุรุมชี”คุณป้าทำท่าเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง “แล้วเอกสารของเขาล่ะ?”เวินฉีโม่หยิบเอกสารหนาเตอะหลายปึกออกมาจากกระเป๋า วางเรียงรายบนโต๊ะ แล้วเลื่อนไปตรงหน้าป้า“เอกสารของหลินชีเยี่ยอยู่ที่นี่ครบหมดแล้วครับ รบกวนคุณป้าเก็บรักษาไว้ด้วยนะครับ” เวินฉีโม่ครุ่นคิด แล้วเอ่ย “ต่อไปอาจจะมีเอกสารบางอย่างส่งมาอีก เมื่อถึงเวลานั้น พวกเราจะมาเยี่ยมอีกครั้งนะครับ”คุณป้าหรี่ตามองเอกสาร หยิบมาถือไว้ห่างๆ พลางอ่านทีละตัวอักษร ราวกับกลัวจะพลาดข้อมูลสำคัญบางอย่างเวลาผ่านไปเนิ่นนาน เธอจึงวางเอกสารลงแล้วถอนหายใจเฮือกใหญ่“เด็กคนนี้นะ ตาเพิ่งจะดีขึ้น ฉันกลัวว่าในช่วงที่เขาไปเป็นทหารจะเกิดเรื่องอะไรผิดพลาดอีก……”“ไม่ต้องเป็นห่วงครับ เราได้ตรวจสอบดวงตาของหลินชีเยี่ยอย่างถี่ถ้วนแล้ว รับรองว่าจะไม่มีปัญหาอะไรเกิดขึ้นอีก เขาแข็งแรงมากครับ” น้ำเสียงของเวินฉีโม่อ่อนโยนลง “อีกอย่าง เด็กๆ โตขึ้นก็ควรปล่อยให้พวกเขาออกไปเผชิญโลกกว้าง เพื่อฝึกฝนตนเองบ้างไม่ใช่หรือครับ?”ป้าอ้าปากเหมือนอยากจะพูดอะไรออกมา แต่สุดท้ายก็ได้แต่กลืนคำพูดลงคอแล้วถอนหายใจ“คุณป้าครับ นี่คือเงินเบี้ยเลี้ยงที่หลินชีเยี่ยได้รับจากการเข้ากองทัพ ขอให้คุณป้ารับเอาไว้ด้วยครับ” เ