ภายใต้แสงไฟอันอบอุ่น ปลายหอกส่องประกายเย็นยะเยือกบ้าเอ๊ย… เธอซ่อนหอกยาวไว้ในห้องจริงๆ เหรอเนี่ย?!หลินชีเยี่ยกลืนน้ำลาย รีบเอ่ยปาก “ไม่ใช่นะ พี่หงอิง… ผมแค่อยากถามว่า… คุณมีกระดาษกับปากกาไหมครับ?”หงอิงชะงัก “ดึกดื่นป่านนี้ นายจะเอากระดาษกับปากกาไปทำอะไร?”“เขียนจดหมายครับ”“อืม… น่าจะมีนะ รอตรงนี้ก่อน!” หงอิงวางหอกในมือลง แล้วกลับเข้าไปในห้อง ค้นหาของในลิ้นชักหลินชีเยี่ยที่ยืนอยู่หน้าประตู มองเห็นสภาพภายในห้องของหงอิงได้อย่างชัดเจนน่าแปลกใจที่ห้องของหงอิงเรียบง่ายมาก ถึงขั้นพูดได้ว่าแสนธรรมดาในห้องนี้มีเพียงเตียงไม้กระดานแข็งๆ โคมไฟตั้งโต๊ะ โต๊ะเขียนหนังสือ และตุ๊กตาขนฟูที่วางอยู่ข้างเตียงไม่มีของตกแต่งเกินความจำเป็น ไม่มีเตียงนอนนุ่มๆ ราคาแพง ไม่มีโซฟา ไม่มีแอร์……หลินชีเยี่ยแทบจินตนาการไม่ออกเลยว่า ในคฤหาสน์หรูขนาดนี้ ห้องของหงอิงจะเรียบง่ายได้ถึงเพียงนี้แทนที่จะเรียกว่าห้องนอนใหญ่ในคฤหาสน์ เรียกว่ากระท่อมของนักพรตบำเพ็ญทุกขกิริยาน่าจะเหมาะสมกว่ามีเพียงตุ๊กตาขนฟูน่ารักเท่านั้น ซึ่งเป็นสิ่งเดียวในห้องที่เหมาะกับวัยของหงอิง“กระดาษ… กระดาษ… กระดาษ… เจอแล้ว!” หงอิงตาเป็นประกาย ถือปากกากับกระดาษสองสามแผ่นเดินมาที่ประตู แล้วยื่นให้หลินชีเยี่ย“พี่หงอิง ปกติคุณ… นอนที่นี่เหรอ?”หงอิงหันกลับไปมอง พยักหน้าเล็กน้อย “ในฐานะหน่วยพิทักษ์ราตรี เราไม่ควรหมกมุ่นอยู่กับความสุขสบายทางวัตถุมากเกินไป ต้อง