ล ฉันจะพาหลานชายกลับมา!”ป้าลุกขึ้นยืนอย่างร้อนรนโดยไม่สนใจว่าตนสวมรองเท้าแตะอยู่ พลางเปิดประตูรีบร้อนเดินออกไปทันใดนั้น เธอก็หยุดชะงักเห็นชายสองคนในเครื่องแบบทหารกำลังยืนอย่างอึดอัดอยู่หน้าบ้าน ราวกับกำลังจะเคาะประตูถ้าหากหลินชีเยี่ยอยู่ตรงนี้ คงจำได้ทันทีว่าทั้งสองคือเฉินมู่เหยี่ยและเวินฉีโม่“พวกคุณเป็นใคร?” คุณป้าขมวดคิ้วเฉินมู่เหยี่ยและเวินฉีโม่สบตากัน ใบหน้าของเวินฉีโม่พลันเผยรอยยิ้มอ่อนโยนขึ้นมาทันที เขายกมือทำความเคารพคุณป้าอย่างไม่ค่อยจะถูกต้องตามแบบทหารนัก“สวัสดีครับ ขออนุญาตสอบถาม คุณคือคุณหวังฟาง ผู้ปกครองของหลินชีเยี่ยใช่ไหมครับ?”“ใช่ ฉันเอง”“พวกเราเป็นเจ้าหน้าที่จากสำนักงานกิจการทหารและพลเรือนแห่งเมืองชางหนาน มาส่งมอบเอกสารและเงินอุดหนุนสำหรับการเกณฑ์เข้ากองทัพของหลินชีเยี่ยครับ”“สำนักงานกิจการทหารและพลเรือน?” ป้าถามอย่างสงสัย “นั่นคือที่ไหนกัน?”“ก็คือ……รับผิดชอบเรื่องการเกณฑ์ทหารใหม่โดยเฉพาะครับ”“โอ้……งั้น… เชิญพวกคุณเข้ามานั่งก่อนค่ะ” คุณป้าถอยหลังสองสามก้าว ปล่อยให้ทั้งสองคนเข้ามา แล้วหันไปชงชาให้ “ฉันกำลังจะไปหาพวกคุณพอดี เรื่องนี้มันไม่ค่อยถูกต้องเท่าไหร่นะ!”เฉินมู่เหยี่ยและเวินฉีโม่เพิ่งจะนั่งลง คนหลังได้ยินประโยคนี้พลันเหงื่อแตกพลั่กเวินฉีโม่ก้มลงกระซิบข้างหูเฉินมู่เหยี่ยเบาๆ ว่า “หัวหน้า พวกเรา……จะตบตาได้จริงๆ เหรอ?”“กลัวอะไร เอกสารของพวกเราออกโดยกองทัพ ล้วนเป็น