ในป่าอีกฟากหนึ่งของสุสาน“อู๋เซียงหนาน”“!!!”อู๋เซียงหนานที่หมอบอยู่บนพื้นสะดุ้งสุดตัว พลางหันหลังอย่างรวดเร็ว เมื่อมองเห็นคนที่มาถึงก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก“หัวหน้า อย่าเดินเงียบๆ ในสุสานกลางดึกแบบนี้สิ ผมเกือบตายเพราะคุณแล้ว” อู๋เซียงหนานกล่าวพลางลูบหน้าอกที่เต้นระรัว พร้อมกับสูดหายใจเข้าลึกเฉินมู่เหยี่ยนั่งลงข้างๆ อู๋เซียงหนานอย่างเงียบเชียบ มองไปทางหงอิงที่กำลังแกะสลักป้ายหลุมศพอยู่ไม่ไกล แล้วเอ่ยเสียงเบา“ฉันนึกว่าในหัวของนายมีแต่กลยุทธ์ซะอีก ไม่คิดว่านายจะมาด้วย”อู๋เซียงหนานเหล่ตามอง “ใครจะเชื่อว่าเธอจะไปซ้อมยิงปืนตอนกลางคืน ผมมันโง่ขนาดนั้นเลยเหรอ?”“ใช่”อู๋เซียงหนาน “……”“ฉีโม่ล่ะ? เขาน่าจะมาแล้วใช่ไหม?”“อยู่กับหลินชีเยี่ยบนเนินเขาฝั่งตรงข้าม”“แล้วเหลิ่งเซวียนกับเสี่ยวหนานล่ะ?”“เหลิ่งเซวียนหายไปไหนไม่รู้ ส่วนเสี่ยวหนานกลัวความมืดเลยไม่กล้ามา”“อ้อ”ชายทั้งสองจมอยู่ในความเงียบไม่นานนัก เฉินมู่เหยี่ยถึงได้เอ่ยปากอีกครั้ง“ฉันดีใจนะที่นายมา”“……จำเป็นขนาดนั้นเลยเหรอ?”“จำเป็น” เฉินมู่เหยี่ยพยักหน้าอย่างจริงจัง “นี่แสดงให้เห็นว่านายไม่ใช่อู๋เซียงหนานที่เพิ่งคลานออกมาจากกองศพแล้ว ต่อให้นายจะปฏิเสธยังไง นาย… กำลังเปลี่ยนไปแล้ว”“ทำไมผมต้องปฏิเสธด้วย?” อู๋เซียงหนานเอ่ยอย่างสงบ “นับตั้งแต่หน่วยฝนสีครามถูกทำลายจนถึงตอนนี้ก็เกือบปีแล้ว ผมเป็นเพียงคนไร้ค่าที่ต้องก้าวออกมาสักวัน การที่ได้มาเจอกับพวก