เขาและเวินฉีโม่เฝ้ามองหงอิงแกะสลักบนหลุมศพอย่างเงียบๆ ที่สุสาน จนกระทั่งเธอแกะสลักเสร็จทั้งสองจึงจากไป และเพื่อไม่ให้หงอิงสงสัย เขาจึงมาถึงที่นี่ช้ากว่าเดิมครึ่งชั่วโมงเพื่อเว้นช่วงเวลาหลินชีเยี่ยเคาะประตูเพียงสองครั้ง แล้วลดมือลงเสียงลากรองเท้าแตะดังออกมา ตามมาด้วยประตูคฤหาสน์หรูที่ถูกเปิดออกหงอิงในชุดนอนขนสัตว์ยืนอยู่ที่นั่น ตาแดงช้ำเล็กน้อย เมื่อเห็นหลินชีเยี่ย รอยยิ้มพลันปรากฏบนใบหน้า“น้องชีเยี่ย เข้ามาเร็ว ทำไมถึงกลับมาดึกขนาดนี้ล่ะ?”“ฉีโม่ชวนผมคุยจนถึงตอนนี้ครับ” หลินชีเยี่ยโกหกอย่างไม่สะทกสะท้านพลางเดินเข้าบ้าน หลินชีเยี่ยก้มหน้าลง แล้วพบว่าหงอิงเตรียมรองเท้าแตะไว้ให้เขาแล้ว“คือ……วันนี้บ้านยังไม่ได้ทำความสะอาด อาจจะรกหน่อยนะ อย่าถือสาเลย” หงอิงพูดอย่างเขินอาย พลางใช้นิ้วม้วนผมเล่น“สะอาดมากแล้วล่ะครับ” หลินชีเยี่ยมองไปรอบๆ แล้วกล่าวอย่างจนใจ “ตราบใดที่มีที่ให้พัก ผมก็ดีใจมากแล้ว”ต้องยอมรับว่า ไม่ว่าจะเป็นการตกแต่งหรือการจัดวาง บ้านของหงอิงล้วนแสดงถึงความหรูหราและงดงาม ทำให้หลินชีเยี่ยที่ไม่เคยพักในคฤหาสน์มาก่อนรู้สึกเกร็งเล็กน้อยยิ่งไปกว่านั้น……เขาไม่เคยไปค้างคืนที่บ้านผู้หญิงมาก่อน“พี่หงอิง ชีเยี่ยมาแล้วเหรอ?”เสียงหวานใสดังมาจากชั้นสอง ซือเสี่ยวหนานที่ดูง่วงนอนกำลังพิงราวบันไดเอ่ยถามเบาๆ“อืม” หงอิงพยักหน้าหลินชีเยี่ยตกตะลึงไปครู่หนึ่ง แล้วหันไปมองหงอิงหงอิงยิ้มให้เขา “ปกติฉ