ันไม่ได้อยู่หอพัก ถ้าเสี่ยวหนานอยู่คนเดียว ฉันก็ไม่สบายใจ เลยให้เธอมาอยู่ที่นี่ด้วยกัน”อ้อ ที่แท้ก็เป็นแบบนี้……ในยามนั้น หลินชีเยี่ยเหมือนนึกอะไรได้ “แล้วคุณลุงกับคุณป้าล่ะครับ? ถ้าผมย้ายเข้ามาอยู่แบบนี้ จะไม่รบกวนพวกท่านหรือ?”“ไม่หรอก” หงอิงส่ายหน้า “เมื่อห้าปีก่อน พวกท่านหายตัวไปในหมอก ก่อนที่เสี่ยวหนานจะมา ที่นี่มีแค่ฉันอยู่คนเดียว”“พวกท่านเป็นสมาชิกของทีมสำรวจเหรอครับ?”“ใช่แล้ว”หลินชีเยี่ยอ้าปากค้าง เขารู้ว่าตัวเองถามผิดคำถาม แต่ก็ไม่รู้ว่าควรพูดอะไรเพื่อปลอบใจดีในตอนนั้น หงอิงก็ชี้ไปที่ห้องหนึ่งบนชั้นสอง“นายพักห้องนั้น ฉันเก็บกวาดเรียบร้อยแล้ว ผ้าเช็ดตัวสีฟ้ากับแปรงสีฟันในห้องน้ำเป็นของนาย อย่าใช้สลับกันล่ะ!” หงอิงพูดพลางสวมรองเท้าแตะ เดินขึ้นบันไดไปทีละขั้นทันใดนั้น เธอก็เหมือนนึกอะไรบางอย่างขึ้นได้ พลันผินหน้ามองหลินชีเยี่ย“อ้อใช่ ถ้าอยากเข้าห้องฉันกับเสี่ยวหนาน ต้องเคาะประตูก่อนนะ! ถ้าจับได้ว่านายมีเจตนาไม่ดีล่ะก็… ฮึ่ม!”หงอิงพับแขนเสื้อขึ้น เผยให้เห็นแขนสีขาวราวหิมะ โบกไปมาอย่างดุดัน“อย่าลืมล่ะ ฉันคือกำลังรบหลักของทีม นอกจากหัวหน้าแล้ว ไม่มีใครสู้ฉันได้หรอกนะ!”“หอกยาวของพี่สาว ไม่ได้ตาบอดหรอกนะ!”พูดจบ เธอก็หันหลังกลับอย่างองอาจ ผมดำยาวสลวยเป็นธรรมชาติ ก้าวเท้ายาวๆ เข้าไปในห้องของตัวเองหลินชีเยี่ย “……”ซือเสี่ยวหนานที่นั่งอยู่ข้างๆ หาวหวอด พลางโบกมือให้หลินชีเยี่ย “ราตรีสวัส