้น พลังของพวกมันก็ยิ่งทวีคูณ และการสูญเสียของเรา… ก็เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เช่นกัน”“หลุมศพที่นายเห็น เกือบครึ่งหนึ่งเป็นของผู้ที่สละชีพในช่วงยี่สิบปีที่ผ่านมา”“ก่อนที่หัวหน้าเฉินมู่เหยี่ยจะมาประจำการที่เมืองชางหนาน ที่นี่มีสมาชิกในทีมเสียชีวิตปีละสองคน จนกระทั่งหัวหน้ามาถึง อัตราการเสียชีวิตจึงลดลงอย่างมาก”ภาพชายหนุ่มในชุดดำที่เงียบขรึมผุดขึ้นมาในหัวของหลินชีเยี่ย ทำให้เขารู้สึกยกย่องอีกฝ่ายขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว“แต่จ้าวคงเฉิงเพิ่งเสียชีวิตไปเมื่อคืนนี้ หลุมศพของเขาทำเสร็จแล้วเหรอ?” หลินชีเยี่ยนึกอะไรบางอย่างขึ้นได้ จึงเอ่ยถามอย่างความสงสัย“ยังหรอก”“งั้นพวกเรามาที่นี่……”เวินฉีโม่ชี้นิ้วไปทางหนึ่ง “นายดูตรงนั้นสิ”หลินชีเยี่ยมองตามมือของเขา เห็นแสงไฟสลัวๆ ส่องสว่างขึ้นท่ามกลางสุสานอันมืดมิดใต้แสงไฟสลัว หงอิงนั่งข้างพื้นที่ว่างเปล่า ดวงตาแดงก่ำ อ้อมแขนกอดแผ่นหินไร้ตัวอักษร ขณะที่มือข้างหนึ่งถือสิ่วแกะสลักอย่างช้าๆน้ำตานองหน้าผสานหยาดเหงื่อหยดลงบนแผ่นหิน เธอร่ำไห้จนตาแดงตอนนี้ เธอดูไม่มีชีวิตชีวาเหมือนก่อนหน้านี้เลย“เธอ… เธอไม่ได้บอกว่าจะไปฝึกยิงปืนเหรอ?” หลินชีเยี่ยมองภาพตรงหน้าอย่างตกตะลึง“เธอโกหกน่ะ” เวินฉีโม่ส่ายหัว “หลุมศพของหน่วยพิทักษ์ราตรีจะถูกแกะสลักโดยเพื่อนร่วมทีมของผู้เสียชีวิต นี่เป็นกฎที่ไม่เป็นทางการ จริงๆ แล้วแผ่นป้ายนี้ควรจะเป็นหน้าที่ของฉัน”“ถึงแม้เธอจะไม่ได้เอ่ย แต่ฉันตระหน