หลินชีเยี่ยจ้องมองเวินฉีโม่ด้วยสีหน้าแปลกประหลาดเวินฉีโม่หัวเราะเบาๆ “ล้อเล่นน่ะ ฉันเห็นนายดูเครียดๆ เลยอยากให้ผ่อนคลายบ้าง”เขาสบตาหลินชีเยี่ย แววตาพลันนุ่มนวลขึ้น “ไม่ว่าใครที่ได้เห็นการต่อสู้ที่รุนแรงขนาดนั้น ต่างก็ไม่มีทางที่จะก้าวข้ามมันไปได้ง่ายๆ โดยเฉพาะนายที่เป็นแค่นักเรียนมัธยมปลาย”หลินชีเยี่ยชะงักงันเขากัดริมฝีปากแน่น นิ่งเงียบไม่พูดอะไรเวินฉีโม่กล่าวถูกต้อง แม้แต่ตัวหลินชีเยี่ยเองก็ไม่ทันสังเกตเห็นว่า ตอนนี้สภาพจิตใจของเขาย่ำแย่เพียงใดได้เห็นจ้าวคงเฉิงสิ้นใจตายต่อหน้าต่อตา ต้องต่อสู้กับราชาหน้ากากปีศาจอย่างเอาเป็นเอาตายเพียงลำพัง ต้องละทิ้งบ้านที่ตนใช้ชีวิตอยู่มาสิบกว่าปี เพื่อเข้าร่วมหน่วยพิทักษ์ราตรีที่ทั้งแปลกและอันตราย……แม้ว่าเขาจะค่อนข้างเป็นผู้ใหญ่ แต่โดยพื้นฐานแล้ว เขายังเป็นแค่เด็กหนุ่มคนหนึ่งภายใต้การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เช่นนี้ ความกดดันที่แบกรับไว้ ทำให้เขาหายใจไม่ออก“ตอนที่นั่งอยู่ตรงนั้น ฉันก็รู้สึกได้แล้วว่าสภาพจิตใจของนายแย่มาก จริงๆ ไม่ใช่แค่ฉันหรอก หงอิงก็ดูออก ไม่งั้นเธอคงไม่ชวนนายไปอยู่บ้านเธอชั่วคราว และคงไม่กลั้นความเศร้าเอาไว้ข้างใน แล้วฝืนยิ้มพูดคุยกับหัวหน้าและรองหัวหน้าแบบนั้น”“ตอนนี้นายเพิ่งมา จึงยังไม่ค่อยคุ้นเคยเท่าไหร่ รอนายสนิทกับเธอแล้วจะรู้ว่า…”“เธอ……เป็นคนใจดีมาก”หลินชีเยี่ยชะงัก เขายังจำภาพหงอิงที่ร้องไห้จนน้ำตาไหลพรากยามที่เขาอุ้มจ้าวคงเฉ