ิงออกมาท่ามกลางสายฝนตอนนี้พอหวนนึกถึงรอยยิ้มบางๆ ของเธอเมื่อครู่ จึงตระหนักได้ว่ามันแฝงไว้ด้วยความเศร้าโศกมากมายแต่… ในเมื่อเธอเสียใจขนาดนั้น ทำไมถึงยังเป็นห่วงความรู้สึกของเขาด้วย?“จริงๆ แล้ว ไม่ใช่แค่ฉันกับหงอิงเท่านั้น ทุกคนที่อยู่ที่นั่นยกเว้นเจ้าคนหัวแข็งอย่างเซียงหนานกับเจ้าหน้าน้ำแข็งอย่างเหลิ่งเซวียน ต่างก็รู้ดีอยู่แก่ใจ เพียงแต่หัวหน้าเขาเป็นคนค่อนข้างปากแข็ง เลยแอบใช้หงอิงเป็นคนช่วยสร้างบรรยากาศ ส่วนเสี่ยวหนานก็ขี้อายเกินกว่าจะเอ่ยปาก”เวินฉีโม่ผินกายกลับแล้วเดินขึ้นบันไดไปพลางเอ่ยเบาๆ ว่า“บางทีก่อนหน้านี้ นายอาจจะคิดว่าหน่วยพิทักษ์ราตรีเป็นเหมือนเครื่องจักรสังหารที่เย็นชาไร้หัวใจ แต่พอนายได้อยู่ที่นี่นานๆ นายจะรู้ว่าความจริงแล้วไม่ใช่แบบนั้น……”หลินชีเยี่ยเดินตามเวินฉีโม่ไปจนถึงชั้นหนึ่ง ผ่านห้องโถงใหญ่ของสำนักงานที่ใช้พลางตัว แล้วผลักประตูออกไปตอนนี้เป็นเวลาค่ำคืนแล้วสะพานเหอผิงอันแสนพลุกพล่านกลับเงียบสงัดไร้ผู้คน พื้นถนนที่เพิ่งถูกชะล้างยังคงเหลือร่องรอยของน้ำฝน บนถนนทั้งสายมีเพียงสำนักงานเหอผิงเท่านั้นที่ยังคงเปิดทำการ“ก่อนมา ผมคิดว่าหน่วยพิทักษ์ราตรีเป็นองค์กรขนาดใหญ่ ตั้งอยู่ในเขตทหารต้องห้ามไร้นาม มีทั้งเครื่องบินและรถถัง มีการฝึกซ้อมทางทหารอยู่บ่อยๆ” หลินชีเยี่ยเอ่ยขึ้นขณะมองทิวทัศน์บนท้องถนนที่เงียบสงบเวินฉีโม่ชะงักไปครู่หนึ่ง พลางหันมามองหลินชีเยี่ย ก่อนจะหลุดหัวเ