“เสี่ยวชี คุณครูของนายไปแล้วเหรอ?”หลังจากส่งจ้าวคงเฉิงออกไปแล้ว ป้าก็รีบร้อนออกมาจากห้องครัว “อ้าว ทำไมไม่ชวนเขากินข้าวด้วยกันก่อนล่ะ!เด็กคนนี้……”หลินชีเยี่ยส่ายหน้า “เขามีธุระต่อ คงไม่อยู่กินข้าวหรอกครับ”“คุณครูของนายพูดอะไรบ้าง?”“ไม่มีอะไรครับ แค่บอกว่ามีการทดสอบสมรรถภาพอะไรสักอย่าง ก็เลยมาถามเรื่องดวงตาของผมก่อน”“คุณครูจ้าวคนนี้เป็นคนดีจริงๆ เลย ยังอุตส่าห์มาถามอาการถึงบ้านด้วย อ้อใช่ ก่อนที่นายจะกลับมา เขายังช่วยป้าล้างผักในครัวอีกนะ ดูเขาตัวใหญ่ๆ แบบนั้น ไม่คิดเลยว่าจะทำงานละเอียดขนาดนี้”ป้าใช้มือเช็ดผ้ากันเปื้อน ปิดเครื่องดูดควันที่ส่งเสียงดัง แล้วพูดกับหลินชีเยี่ยว่า“อาหารเกือบเสร็จแล้ว ไปเรียกน้องมากินข้าวได้แล้ว”“ครับ”ไม่นานนัก ทั้งสามคนก็นั่งล้อมโต๊ะอาหาร บนโต๊ะมีอาหารตั้งเจ็ดอย่าง ทั้งสีสัน กลิ่นหอม และรสชาติชวนให้น้ำลายสอ!“ไข่ผัดมะเขือเทศ ซุปไก่ตุ๋น ถั่วฝักยาวผัดแห้ง……แล้วยังมีซี่โครงหมูราดซอสเปรี้ยวหวาน?!” หยางจิ้นมองอาหารบนโต๊ะ กลืนน้ำลายอึกใหญ่ “แม่ครับ ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่บ้านเรามีกับข้าวเยอะขนาดนี้เนี่ย?”“ตาของเสี่ยวชีหายแล้ว นี่เป็นเรื่องที่น่ายินดียิ่งกว่าวันตรุษจีนเสียอีก แน่นอนว่าต้องพิเศษหน่อย!” ป้าพูดอย่างภาคภูมิใจหลินชีเยี่ยก้มหน้ามองเจ้าดำน้อยที่กำลังกระดิกหางอย่างบ้าคลั่ง แล้วหัวเราะ“ดูเหมือนว่าคืนนี้เจ้าดำน้อยจะได้กินอิ่มหนำสำราญแล้ว”“โชคดีของมันแล้วล่ะ” ป