หลินชีเยี่ยขมวดคิ้วแน่น “คุณหมายความว่ายังไง?”จ้าวคงเฉิงยิ้มเล็กน้อย หยิบบุหรี่ออกมาจากกระเป๋าอย่างไม่รีบร้อน “รังเกียจไหม?”“รังเกียจ”จ้าวคงเฉิง “……”จ้าวคงเฉิงได้แต่เก็บบุหรี่กลับเข้าไปอย่างจนใจ พิงหลังกับพนักเก้าอี้ ดวงตาฉายแววระลึกความหลัง“ตอนที่ฉันยังเด็ก ฉันก็เหมือนนาย”“ตรงๆ นะ การเปิดหัวข้อแบบนี้มันเชยไปหน่อย”“……”“ไม่เป็นไร คุณพูดต่อเถอะ”“ตอนอายุหกขวบ พ่อของฉันก็เสียชีวิตด้วยโรคภัย แม่ของฉันต้องทำงานสองอย่างเพื่อเลี้ยงดูฉันจนเติบใหญ่”จ้าวคงเฉิงลูบกล่องบุหรี่ด้วยน้ำเสียงที่สงบนิ่ง“ยุคสมัยนั้นมันเรียบง่าย ความคาดหวังของแม่ที่มีต่อฉันในตอนนั้นก็คือ เรียนให้จบมัธยมต้น แล้วกลับมาเป็นผู้ใหญ่บ้าน แต่งงานมีเมีย มีลูกสักสองสามคน ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขกับครอบครัว”“นายก็รู้ เด็กวัยรุ่นมักจะมีช่วงวัยต่อต้าน”“ตอนที่เรียนจบมัธยมต้น ผลการเรียนของฉันก็ไม่เลว ถ้ากลับไปเป็นผู้ใหญ่บ้านก็ไม่ยากนัก แต่ฉันกลับไม่สนใจคำคัดค้านของแม่ แล้วตัดสินใจไปเป็นทหาร”“จริงๆ แล้วแม่ก็ไม่ได้คัดค้าน แค่ดูเหมือนจะไม่ค่อยพอใจ วันที่ฉันออกจากบ้าน เธอยืนอยู่ที่ประตู มองฉันเงียบๆจนฉันเดินไปบนถนนหลังบ้าน เธอก็มองฉัน พอฉันเดินไปถึงทางเข้าหมู่บ้าน เธอก็ยังคงมองฉัน…”“หลังจากนั้น ฉันก็เดินไปถึงสถานีขนส่งในเมือง แต่ใจยังอดเป็นห่วงไม่ได้ จึงแอบย่องกลับไปดู……พบว่าแม่ยังคงยืนอยู่ที่นั่น มองไปทางที่ฉันเดินจากไปอย่างเหม่อลอย”“บอก