่งคุณได้รับเกียรติยศเต็มตัวนะครับ ท่านนายพลจ้าว”จ้าวคงเฉิงยกยิ้ม หันหลังเดินออกจากห้อง“เดี๋ยวก่อน เหรียญตราของคุณ” หลินชีเยี่ยร้องเรียกเขา หยิบเหรียญตราบนโต๊ะขึ้นมาโบกไปมาจ้าวคงเฉิงตบหน้าผาก “ดูความจำฉันสิ เกือบลืมไปแล้ว! นี่มันชีวิตของฉันเลยนะ!”อีกฝ่ายรับเหรียญตรามา กวาดตามองครู่หนึ่ง เหมือนนึกอะไรได้ “จริงสิ นายได้อ่านประโยคด้านหลังหรือเปล่า?”“อ่านแล้วครับ”“เป็นไง เท่ไหม?”“เท่มาก คุณเขียนเองเหรอครับ?”“ไม่ใช่ นี่เป็นคำปฏิญาณที่พวกเราให้ไว้ตอนเข้าหน่วยพิทักษ์ราตรี” จ้าวคงเฉิงโยนเหรียญตราขึ้นไปในอากาศเหมือนโยนเหรียญ แล้วคว้ารับไว้อย่างมั่นคง ก่อนจะเก็บเข้ากระเป๋า “แต่… ฉันชอบมันนะ”“เดี๋ยวก่อน”“มีอะไรอีก?”“ข้างนอกฝนตกหนัก เอาร่มนี่ไปสิครับ”“ขอบใจ ร่มคันนี้ฉันไม่คืนแล้วนะ”“เอาไปเถอะ ถือว่าเป็น… ค่าตอบแทนที่ปกป้องโลกนี้ละกัน”“น่าสนใจ ฉันไปจริงๆ ล่ะ”“ลาก่อน”จ้าวคงเฉิงถือร่มสีดำ เปิดประตูแล้วเดินออกไป หลินชีเยี่ยนยืนอยู่ข้างหน้าต่าง มองตามเขาไปอย่างเงียบงันท่ามกลางสายฝน เขาลูบเหรียญตราในกระเป๋าแล้วพึมพำเบาๆ‘หากรัตติกาลพึงมาเยือนข้าจะยืนหยัดเบื้องหน้าทุกสรรพสิ่งชักดาบข้ามห้วงลึกโลหิตหลั่งรินย้อมนภา!’……ฝนตกหนักขึ้นเรื่อยๆจ้าวคงเฉิงกางร่ม ขึ้นรถสีดำอย่างไม่รีบร้อน หยิบซองบุหรี่ออกจากกระเป๋า ตั้งใจจะเพลิดเพลินกับความเงียบสงบในขณะนั้นเอง หูฟังของเขาพลันดังขึ้น!เสียงของผู้ชายคนหนึ่งดังมาจากข้า