“วังเส้า?!” ทั้งสามคนได้ยินเสียงที่คุ้นเคย ต่างตะโกนออกมาพร้อมเพรียงกันทั้งสามสบตากัน แล้ววิ่งไปยังตรอกเล็กๆ ที่วังเส้าเดินเข้าไปหลินชีเยี่ยยืนอยู่ที่เดิมเพียงลำพัง ขมวดคิ้วมองตรอกที่มืดครึ้มด้วยสีหน้าเคร่งขรึมถึงแม้จะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ในใจของเขากลับมีลางสังหรณ์ไม่ดีย่านเมืองเก่า ฆาตกรโรคจิต กลิ่นเหม็นประหลาด เสียงกรีดร้อง……มีบางอย่างผิดปกติเขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง หลังจากชั่งใจดูแล้วก็ถอนหายใจอย่างจนปัญญา ในที่สุดก็หยิบไม้เท้านำทางขึ้นมาแล้ววิ่งตรงไปที่ตรอกโดยปกติแล้ว หากหลินชีเยี่ยเจอสถานการณ์เช่นนี้ เขาจะไม่เข้าไปข้องเกี่ยวอย่างแน่นอน แต่กลับจะวิ่งไปในทิศทางตรงข้ามและหนีให้ไกลที่สุดเท่าที่จะทำได้!ในเมื่ออีกฝ่ายกรีดร้องออกมา นั่นหมายความว่าต้องไม่ใช่เรื่องดีแน่ๆไม่ใช่เรื่องดี นั่นก็หมายถึงมีเรื่องยุ่งยากปล้นจี้ ฆาตกรรม หรือเป็นพยานในที่เกิดเหตุอาชญากรรม… ไม่ว่าจะเป็นเรื่องไหน หลินชีเยี่ยก็ไม่อยากเกี่ยวข้องด้วยทั้งนั้นเขาไม่ได้มีความอยากรู้อยากเห็นมากขนาดนั้น ไม่อยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น และเขาก็ไม่ได้มีจิตใจดีงาม ไม่อยากทำตัวเป็นวีรบุรุษอะไรนั่นด้วยที่สำคัญที่สุดคือ เขาไม่รู้จักการต่อสู้ ถ้าเกิดพลาดท่าจนสิ้นชีพขึ้นมาจะทำอย่างไร?แต่สถานการณ์ตรงหน้ามันแตกต่างออกไปแม้ว่าหลินชีเยี่ยจะไม่อยากยอมรับนัก แต่เรื่องที่วังเส้าตกอยู่ในอันตรายนั้นเกี่ยวข้องกับเขาหากไม่ใช่เพราะพวกเขาอาสาคุ