้มกันหลินชีเยี่ยกลับบ้าน บางทีวังเส้าอาจจะกลับไปอีกทางหนึ่งแล้ว หรือกลับไปก่อนหน้านี้สักสองสามนาที ก็คงไม่ต้องเจอสถานการณ์แบบนี้ไม่ใช่เหรอ?เขาไม่ชอบยุ่งเรื่องชาวบ้านก็จริง แต่เขาเกลียดการติดหนี้บุญคุณคนอื่นมากกว่าไม่ว่าจะอย่างไร เขาก็ต้องไปดูว่าเกิดอะไรขึ้น อย่างน้อยก็ถือว่าได้ทำตามมารยาท ถ้าเกิดอันตรายขึ้นมาจริงๆค่อยหนีทีหลังหลินชีเยี่ยปิดตาอยู่ แต่ความเร็วของเขากลับไม่ได้ช้าลงแม้แต่น้อย ยิ่งเข้าใกล้จุดที่ได้ยินเสียงกรีดร้อง คิ้วของเขาก็ยิ่งขมวดแน่นกลิ่นเหม็นทวีความรุนแรงขึ้น“กรี๊ดดดด!!!”เสียงกรีดร้องครั้งที่สองดังมาจากหัวมุมข้างหน้า แต่คราวนี้เป็นเสียงผู้หญิงเจี่ยงเชี่ยน!หลินชีเยี่ยหยุดฝีเท้าฉับพลันตรงหัวมุมตึก ในระยะการรับรู้ทางจิตของเขาปรากฏภาพของเจี่ยงเชี่ยนและอีกสองคนไม่ไกลจากเขานัก เจี่ยงเชี่ยนทรุดตัวลงนั่งกับพื้น อ้าปากค้างมองไปข้างหน้า ทั่งร่างสั่นเทิ้ม!เบื้องหน้าเธอ หลิวหย่วนกับหลี่อี้เฟยยืนแข็งทื่อราวกับรูปปั้น สายตาจ้องตรงไปข้างหน้า ต่างก็ตัวสั่นด้วยความกลัว!ไกลออกไป… หลินชีเยี่ยไม่สามารถรับรู้ได้อีกเขายังไม่อาจลืมตาขึ้นมาได้ ไม่สามารถมองเห็นโลกนี้ด้วยสายตาของตนเอง ขอบเขตการรับรู้ทางจิตของเขามีเพียงสิบเมตร จึงเกิดสถานการณ์ที่กระอักกระอ่วนใจยิ่งนักภายในสิบเมตร เขามองเห็นทุกอย่าง แต่นอกสิบเมตร เขาก็เป็นแค่คนตาบอดตัวจริงทั้งสามคนเห็นอะไรถึงได้ตกใจขนาดนั้น?แม้ว่าเขาจะมองไม่