“นี่ไม่ใช่เรื่องผีสางสักหน่อย…”วังเส้าไหวไหล่ “ฉันไม่อยากคุยเรื่องไร้สาระกับพวกนายแล้ว ยังไงฉันก็ไม่เชื่อเรื่องผีสางพวกนี้หรอก ไปล่ะ”ร่างของวังเส้าค่อยๆ หายไปในตรอกแคบเจี่ยงเชี่ยนจ้องหลี่อี้เฟยอีกครั้ง เดินไปข้างหน้าสองสามก้าว แล้วหยุดลงเธอสูดลมหายใจลึก ขมวดคิ้วเล็กน้อยดวงตาฉายแววฉงนผินหน้ากลับมาพูดว่า “พวกนายได้กลิ่นเหม็นไหม?”“กลิ่นเหม็น?”“ก็กลิ่นแบบ……กลิ่นอะไรบางอย่างที่เน่าเปื่อยไง”“ฉันไม่ได้กลิ่นนะ หลิวหย่วนล่ะ?”“ฉันก็ไม่……แหวะ!!”หลิวหย่วนกับหลี่อี้เฟยพูดยังไม่ทันจบ สีหน้าพลันแปรเปลี่ยน รีบปิดจมูกตัวเองอย่างตกใจ แล้วมองไปรอบๆด้วยความหวาดกลัวหลินชีเยี่ยกำลังจะพูดอะไรบางอย่าง แต่แล้วกลิ่นเหม็นอันน่าขยะแขยงแทรกเข้ามาในโพรงจมูก ความรู้สึกนี้เหมือนมีเนื้อเน่าที่หมักหมมมานานกว่าสิบวันถูกโยนลงไปในถังส้วม แล้วผสมกับไข่เน่าอีกหนึ่งโหล เพียงแค่ได้กลิ่นก็ทำให้น้ำย่อยในกระเพาะปั่นป่วนอย่างหนักนี่คือกลิ่นที่เหม็นที่สุดเท่าที่หลินชีเยี่ยเคยสัมผัสมาตลอดชีวิตส่วนเจี่ยงเชี่ยนที่มีจมูกที่ไวที่สุดก็ทรุดตัวลงอาเจียนออกมา“บ้าเอ๊ย อะไรมันเหม็นขนาดนี้?!” หลี่อี้เฟยตะโกนพร้อมกับปิดจมูก“ไม่รู้สิ” หลินชีเยี่ยขมวดคิ้วเล็กน้อย หลังจากนั้นครู่หนึ่ง เขาก็ชี้ไปยังตรอกเล็กๆ ที่วังเส้าจากไป“แต่ดูจากทิศทางที่กลิ่นแพร่กระจายมา น่าจะมาจากทางนั้น”ในวินาทีถัดมา เสียงกรีดร้องอย่างน่าสังเวชก็ดังมาจากที่ไกลๆ ก้องกังว