ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบสงัดไม่กี่วินาทีผ่านไป คุณหมอหลี่ก็ฟื้นคืนสติ “เซราฟ?”“ใช่”“พระองค์กำลังทำอะไร?”“ไม่ได้ทำอะไรเลย พระองค์ดุจประติมากรรมสีทองตั้งอยู่กลางหลุมขนาดใหญ่บนดวงจันทร์ ก้มหน้ามองโลกราวกับ… เฝ้าดู?”หมอหลี่ขยี้หางตา กล่าวอย่างอับจนปัญญา “ชีเยี่ย คุณรู้ไหมว่าดวงจันทร์อยู่ห่างจากโลกเท่าไหร่?”“เกือบสี่แสนกิโลเมตร” หลินชีเยี่ยเอ่ยอย่างสงบ“เกือบสี่แสนกิโลเมตร” คุณหมอหลี่ทวนคำ “ถึงจะใช้กล้องโทรทรรศน์ที่ล้ำสมัยที่สุดก็ยังเห็นสภาพผิวดวงจันทร์ได้ลำบาก แต่คุณกลับบอกว่าตอนอายุเจ็ดขวบ คุณแค่ทิ้งตัวนอนบนชายคาบ้านเกิด กลับมองเห็นทูตสวรรค์บนดวงจันทร์ด้วยตาเปล่าเหรอ?”“ไม่ใช่ผมเห็นพระองค์” หลินชีเยี่ยเอ่ยเสียงเบา “แต่พระองค์เห็นผม ผมแค่เงยหน้าขึ้น ตาของผมก็เหมือนโดนลากผ่านอวกาศ จนสบตากับพระองค์”“ถ้าอย่างนั้น พระองค์บังคับคุณงั้นเหรอ?”“ประมาณนั้น ไม่งั้นผมจะมองเห็นพื้นผิวดวงจันทร์ได้ยังไง ผมไม่ได้มีตาทิพย์เสียหน่อย”“ถ้าหากบนดวงจันทร์มีรูปปั้นทูตสวรรค์จริงๆ ทำไมหลายปีมานี้ถึงไม่มีคนค้นพบ?”“ไม่รู้สิ” หลินชีเยี่ยส่ายหน้า “หรือบางทีทูตสวรรค์เซราฟองค์นั้นอาจไม่อยากให้ใครสังเกตเห็น อีกอย่าง… มนุษย์หยั่งถึงดวงจันทร์จริงๆ เหรอ?”หลินชีเยี่ยพูดอย่างจริงใจ จริงใจจนคุณหมอหลี่อยากจะโทรเรียกรถมารับเขากลับโรงพยาบาลจิตเวชทันทีหมอหลี่เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการรักษาโรคทางจิตเวช เขาเคยพบเห็นอาการผู้ป่วยหลาก