้อมที่ปิดทึบและเงียบเชียบเช่นนี้ ชวนให้รู้สึกหวาดระแวงอยู่ตลอดเวลาว่า มวลหินหนักหลายร้อยตันเหนือหัวจะถล่มลงมาทับร่างจนแหลกเหลวในวินาทีใดวินาทีหนึ่ง
กลุ่มของกริมทั้งสิบชีวิตถือคบเพลิง เดินเรียงเป็นแถวยาวค่อยๆ เคลื่อนตัวฝ่าความมืดในอุโมงค์ไปอย่างยากลำบาก
แสงไฟจากคบเพลิงส่องสว่างได้เพียงรัศมีแคบๆ ไม่ถึงห้าเมตร ลมเย็นยะเยือกที่พัดกรูออกมาจากรอยแยกบนผนังถ้ำทำให้เปลวไฟวูบวาบไม่มั่นคง ทอดเงาของพวกเขาลงบนผนังหินด้านข้าง กลายเป็นเงาตะคุ่มที่บิดเบี้ยว เต้นเร่าราวกับปีศาจร้ายที่กำลังแยกเขี้ยวกางกรงเล็บ
แม้ทุกคนจะพยายามรักษาฝีเท้าให้เบาที่สุด แต่เสียงย่ำเท้าสวบสาบและเสียงร่างกายเสียดสีกับผนังถ้ำก็ยังดังก้องสะท้อนไปไกลแสนไกลในความเงียบสงัด สิ่งนี้เปรียบเสมือนระฆังบอกตำแหน่งที่จะนำพาอันตรายที่คาดไม่ถึงมาสู่พวกเขาในไม่ช้า
หลังจากการเดินเท้าอันยาวนานกว่าสามชั่วโมง ในที่สุดทุกคนก็มาถึงจุดพักแรมแรกบนเส้นทางลาดตระเวน
หากจะว่ากันตามจริง การเดินทางสามชั่วโมงแรกนี้เป็นเพียงการอุ่นเครื่อง บททดสอบของจริงใน ถ้ำใต้ดินอันมืดมิด จะเริ่มต้นต่อจากนี้ต่างหาก นี่คือจุดสตาร์ทที่แท้จริงของภารกิจ
“เอาล่ะ มาถึงตรงนี้ก็ได้เวลาแยกย้า