หนุ่มจำนวนไม่น้อยหันมองตาเป็นมัน
“เธอไม่ไปหาเพื่อนคุยสักหน่อยเหรอ?” กริมกลั้นขำแล้วกระซิบถามเบาๆ “ดูออกนะว่าพวกเขาอยากจะเข้ามาคุยกับเธอใจจะขาด!”
แมรี่ลืมตาสีเขียวมรกตขึ้น กวาดสายตามองไปรอบๆ แล้วแค่นหัวเราะอย่างดูแคลน “น่าเสียดายที่ฉันไม่สนใจเลือดสกปรกโสโครกของพวกมัน ไม่อย่างนั้นฉันจะทำให้พวกมันได้รู้ซึ้งถึงความเร่าร้อนของราชินีโลหิต!”
“ราชินีโลหิต? ฉายาใหม่ของเธอเหรอ?” กริมหัวเราะในลำคอ “ฟังดูเหมาะดีนะ แต่ไม่รู้ว่าฉันจะมีเกียรติได้ลิ้มลองความเร่าร้อนนั้นบ้างรึเปล่า?”
“นาย?” ดวงตาคู่สวยที่เย็นชาของแมรี่จับจ้องมาที่ใบหน้าด้านข้างของกริม “งั้นนายคงต้องพยายามให้หนักกว่านี้อีกเยอะเลยล่ะ!”
พูดจบ ร่างบอบบางของแมรี่ก็เอนตัวลงนอนหนุนตักกริมอย่างถือวิสาสะ แล้วเริ่มเข้าสู่ภวังค์เพื่อทำกิจวัตรประจำวันที่ขาดไม่ได้——การทำสมาธิ
“เฮ้อ!” กริมลอบถอนหายใจเบาๆ เขาเข้าใจความหมายที่ซ่อนอยู่ในคำพูดของเธอดี ในโลกของจอมเวท สิ่งเดียวที่ใช้วัดค่าของคนคือ “ความแข็งแกร่ง” ต่อให้แมรี่จะมีความรู้สึกดีๆ ให้เขาบ้าง แต่เมื่อช่องว่างของพลังขวางกั้นอยู่ เธอก็ย่อมไม่อยากได้ “คู่ชีวิต” ที่อ่อนแอกว่าตัวเอง
กริมรู้ดีว่า ถ้าเขาหน้าด้านรุกหนักกว่านี้ แมรี่คงไม่รังเกียจที่จะลากเขาขึ้นเตียงเล่นแก้เซ็ง แต่ถ้าหวังถึงขั้นเป็นคู่ชีวิตที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขไปจนวันตาย… คนอ่อนแออย่างกริมในตอนนี้ยังไม่อยู่ในสายตาของเธอ ความจริงที่โหดร้