ัวขาดกระเด็นโดยไม่ทันรู้ตัว
จุดอ่อนนี้ร้ายแรงมาก และศัตรูที่มีประสบการณ์ย่อมมองออกได้ไม่ยาก แม้แต่กริมเอง ถ้าเจอคู่ต่อสู้สายอัญเชิญ เขาก็จะเล็งเก็บคนเสกก่อนเป็นอันดับแรก เพราะนั่นคือวิธีชนะที่ง่ายและเร็วที่สุด
จากผลการทดสอบเมื่อครู่ แม่เฒ่าปีศาจบางตัวที่ฉลาดหน่อยก็พยายามจะกระโดดข้ามหัวจระเข้มารเข้ามาเล่นงานกริมเหมือนกัน ดีที่พรานป่าสกัดไว้ทัน ไม่อย่างนั้นเขาคงต้องออกแรงร่ายเวทป้องกันตัวเองจนเหนื่อย
นี่เป็นเพียงมอนสเตอร์ระดับต่ำยังรู้จักเลือกเป้าหมาย แล้วถ้าเป็นผู้ฝึกหัดเวทที่เจ้าเล่ห์เพทุบายล่ะ? พวกนั้นคงมองปราดเดียวก็รู้จุดอ่อนของพรานจระเข้มารได้ทันที พอจะจินตนาการได้เลยว่าหากเกิดการต่อสู้ขึ้นจริง ไฟอำนาจการทำลายล้างส่วนใหญ่ของศัตรูคงจะเทมาที่ตัวกริมแน่ หากเขาทนไม่ไหวรับไม่อยู่ ต่อให้หุ่นเชิดจะถึกทนแค่ไหนก็ไร้ความหมาย
ดังนั้นกริมต้องหาวิธีอุดรอยรั่วข้อนี้ และนี่คือสิ่งที่เขาต้องการทดสอบเป็นรายการที่สองในวันนี้
“พรานจระเข้มาร ดำดิ่งลงพสุธา!”
สิ้นเสียงคำสั่ง บัลลังก์ขนาดย่อมใต้ร่างของเขาเริ่มเคลื่อนตัวไปข้างหน้า และร่างของหุ่นเชิดพรานป่าที่อยู่ด้านหน้าก็เริ่มขยายตัวใหญ่ขึ้น ค่อยๆ กลืนกินตัวเขาเข้าไป
เมื่อร่างของกริมหายเข้าไปในตัวหุ่นเชิดจนหมดสิ้น จระเข้มารส่งเสียงร้องสั้นครั้งหนึ่ง กลุ่มควันสีเหลืองดินฟุ้งกระจายไปทั่วร่าง วินาทีถัดมา พรานจระเข้มารทั้งตัวก็หายวับไปกับตา!
ราวกับจู่ๆ ก